Prototype

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3

บทความนี้ผมขอหยิบเอาบทความที่ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ได้เขียนลงในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจไว้ แล้วนำมาขยายความต่อเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดขึ้นนะครับ

“การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งแรกนั้นเกิดขึ้น 200 ปีที่แล้ว โดยสาระสำคัญ คือ การประดิษฐ์เครื่องจักร (ในขั้นแรกคือเครื่องจักรไอน้ำ) เพื่อทดแทนแรงงานของมนุษย์ ทำให้เกิดการสร้างโรงงานขนาดใหญ่ในเมือง (mechanization) เพื่อให้คนงานจำนวนมากต้องมาทำงานร่วมกัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำลายการผลิตในระดับครัวเรือน (cottage industry) เพิ่มผลผลิตและความสำคัญของภาคอุตสาหกรรม ทำให้ภาคเกษตรกรรมตกต่ำลงในเชิงเปรียบเทียบ

  

 

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สองเกิดขึ้นประมาณ 80 ปีที่ผ่านมา จากการปฏิรูปทางการผลิตของ Henry Ford ที่เป็นการแบ่งกันประกอบและเน้นการผลิตจำนวนมากเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วยให้ต่ำ (Moving Assembly Line และ Mass Production) ทำให้สรุปได้ว่าโรงงานยิ่งมีขนาดใหญ่ก็จะยิ่งได้เปรียบ หรือ Economy of Scale ทำให้เกิดบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีโรงงานการผลิตขนาดใหญ่ทั่วโลก ตัวอย่างที่ใกล้ตัวที่สุด คือ บริษัทรถยนต์ข้ามชาติ ซึ่งผลิตรถยนต์รุ่นหนึ่งปีละหลายแสนคัน เพื่อให้ต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด ทำให้ปัจจุบันมีบริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่เพียงสิบกว่าบริษัทและยากที่จะเห็นบริษัทรถยนต์ขนาดเล็กสามารถมาแข่งขันได้

ในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ The Economist กล่าวถึงว่า กำลังจะเกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นเป็นการผลิตที่นำเอาเทคโนโลยีมาปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตและการตลาดครั้งใหญ่ โดยในอนาคต Economist เชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงจาก Economy of Scale เป็น Economy of Speed และจาก Mass Production เป็น Mass Customization แปลว่าการผลิตในอนาคตจะเป็นการผลิตที่ไม่ต้องผลิตจำนวนมาซ้ำซาก แต่จะสามารถผลิตสินค้าที่มีความแตกต่างกัน ตรงตามความต้องการของลูกค้าทุกคนทุกประการ นอกจากนั้น เนื่องจากปริมาณการผลิตต่อโรงงานไม่สูงมาก ก็แปลว่าสามารถที่จะลดขนาดโรงงานลงและที่สำคัญจะต้องย้ายโรงงานไปตั้งอยู่กับฐานลูกค้าในแต่ตลาดเพื่อที่จะสามารถตอบสนองความต้องการที่ปรับเปลี่ยนไปของผู้บริโภคในแต่ละตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”

นั่นเป็นบางส่วนของบทความ ที่บรรยายถึง การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 ที่่อ้างอิงถึงบทความจากหนังสือ The Economist ซึ่งเทคโนโลยีที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในเรื่องนี่ก็คือ 3D Printer ซึ่งที่จริงแล้วบทความนี้กล่าวถึง 3D Printer ด้วยแต่จะพูดอ้างอิงเชิงเศรษฐศาสตร์เป็นส่วนใหญ่

3D Printer

เทคโนโลยี 3D Printer เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 1960 แต่สามารถนำมาใช้จริงได้ประมาณปี 1980 ซึ่งในช่วงแรกๆ จะใช้ในงานวิจัยและชื่อที่เรียกกันในยุคนั้นก็คือ Rapid Prototyping หรือเทคโนโลยีการขึ้นต้นแบบรวดเร็ว โดยหลักก็คือนำเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้ทำชิ้นงานต้นแบบอย่างรวดเร็ว (โดยไม่ไปทำแม่พิมพ์เพื่อผ่านกระบวนการขึ้นรูปใดๆ) เห็นมั้ยครับฟังดูเหมือนว่าคนที่คิดค้นและใช้งานในยุคก่อนก็ยังไม่เห็นภาพว่าสิ่่งนี้จะทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 ใดๆ เลย แล้วภาพนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

 

ปี 1996 เป็นช่วงที่มีการพัฒนาเทคโนโลยี Rapid Prototype อย่างมา เครื่อง Rapid Prototyping มีราคาถูกลงและเริ่มมีการบัญญัติคำใหม่ก็คือ 3D Printer และต่อมาก็มีการใช้ชื่อ Additive Manufacturing ซึ่งเหมือนกับเป็นการบอกว่านี่คือกระบวนการผลิตรูปแบบหนึ่ง (Manufacturing Process) นั่นเอง ซึ่งผมเองก็เริ่มได้ยินบ่อยขึ้นโดยเฉพาะเมื่อกลางปี 2013 ที่ผ่านมา ท่านประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ท่าน บารัค โอบาม่า ได้พูดในสภาคองเกรสว่า 3d printing และ กระบวนการผลิตที่ไฮเทคจะเป็นแม่เหล็กที่จะดูดเอาตำแหน่งงานกลับเข้าสู่สหรัฐอเมริกา

 

Subtractive Manufacturing และ Additive Manufacturing

บทความนี้ผมจะไม่ลงลึกถึงเทคนิคและการทำงานของ 3D Printer แต่อยากจะให้รู้ถึงแนวโน้มของ 3D Printer หรือ Additive Manufacturing ที่จะพัฒนาต่อไปในอนาคตมากกว่า แต่ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจ Concept ของ Subtractive Manufacturing และ Additive Manufacturingก่อนดีกว่าครับ

 

การผลิตแบบ Subtract หรือการลบออก เอาออก เป็นกระบวนการของการเริ่มต้นด้วยวัสดุที่เป็นก้อนตัน และ เลือกลบสิ่งที่ไม่จำเป็น จนรูปสุดท้ายที่โผล่ออกมากระบวนการนี้จะอธิบายได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น การแกะสลักรูปปั้นหินอ่อนของ Michelangelo ศิลปินที่มีชื่อเสียง เมื่อถามว่า สมเด็จพระสันตะปาปา ถามถึงวิธีการที่เขาทำรูปปั้นของ เดวิด จนเหมือนมีชีวิตที่งดงามของเขา Michelangelo ตอบว่า “ผมก็ลบทุกอย่างที่ไม่ได้มีลักษณะเหมือน เดวิด ออกไปจากก้อนหินซะก็เท่านั้นเอง” ซึ่งในปจัจจุบันเราพบกระบวนการเหล่านี้เป็นปกติ เช่น กลึง กัด ไส เจาะ ทั่วๆ ไป

แต่การผลิตแบบ Additive เป็นกระบวนการผลิต โดยการเพิ่มวัสดุเข้าไปเติมที่ละชั้นทีละชั้นจนเป็นชิ้นงานที่ต้องการ โดยรูปแบบของชั้นบางๆ ในแต่ละชั้นได้มาจากการประมวลผลจากโมเดล 3 มิติที่เราออกแบบในโปรแกรม CAD กระบวนการนี้ ช่วยลดเวลาค่าใช้จ่าย ในการผลิตชิ้นงานที่มีความเป็น Unique หรือความเป็นเฉพาะตัวสูง

อนาคต

นอกจากปัจจุบันที่บริษัทผู้ผลิต 3D Printer ชั้นนำอย่าง Stratasys นำเสนอเครื่่อง Fortus มาใช้ผลิต Jig&Fixture หรือ Tool ต่างๆ แบบรวดเร็ว และลดขั้นตอนการผลิตแล้ว ซึ่งเป็นการใช้งานในอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันยังมีการนำไปช่วยด้านการแพทย์ ร่วมกับเครื่อง CT Scan

นอกจากนี้ยังมีการนำเอา 3D printer มาผลิตสินค้า เช่น เครื่องดนตรี, อุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือ เช่น Case iPhone จนกระทั่งชุดชั้นใน ยังมีการคาดการในอนาคตอีกว่าจะมีการพัฒนาต่อไปอีก ตัวอย่างเช่น
• การซื้อของที่ต้องการ ณ จุดผลิตโดยสามารถปรับแต่งรูปแบบสินค้าตามความต้องการก่อนที่เราจะ (Customize Manufacturing)
• การส่งชิ้นงาน 3 มิติแบบไร้สายหรือ 3D Fax โดยผู้ส่งแค่ Upload ข้อมูล CAD
• การ Shopping Online จะไม่จำกัดอยู่แค่ข้อมูล ภาพ เสียง หรือ VDO แต่เราสามารถซื้อของได้ ตัวอย่างเช่น อะไหล่หรืออปุกรณ์ Gadget ต่างๆ ซึ่ง 3D Printer จะผลิตให้เราที่บ้าน หลังจาก Download ข้อมูล 3 มิติเสร็จ
• การผลิตแบบ On Demand เช่น อาจตั้งโปรแกรมให้ 3D Printer พิมพ์แปรงสีฟันที่เหมาะกับรูปปากของคุณ โดยใช้ข้อมูลใน Server ทุกๆ 3 เดือนเพื่อให้คุณได้ใช้แปรงที่ใหม่อยู่เสมอ

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ข่าวร้าย

ผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด มาจากจำนวนตำแหน่งงาน กับงานที่เทคโนโลยี 3D Printer จะทำให้ล้าสมัยและเข้ามาทดแทน สิ่งที่จะกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศ คือการนำเข้าส่งออกที่จะลดลง เพราะต่อไปเราไม่จำเป็นต้องนำเข้าของจริงจากประเทศผู้ผลิต เราเพียงแต่ Download สินค้าที่เราต้องการเท่านั้น หมายความว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องมีระบบการผลิตและห่วงโซ่การกระจายสินค้าแบบเดิมๆ อีกต่อไป

การผลิตแบบ Mass Production จะไม่เป็นที่ต้องการ ในขณะที่เราจะผลิตเฉพาะสิ่งที่เราต้องการ ในสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้มันเท่านั้น โกดังเต็มรูปแบบ การเก็บสต็อกสินค้าและอะไหล่ต่างๆ จำนวนมากจะไม่จำเป็น การทำ Packaging การขนส่งสินค้าด้วยวิธีต่างๆ ผู้จัดจำหน่ายสินค้าและผู้ค้าปลีก จะถูกลดบทบาทไป

ข่าวดี

ใน ‘ข่าวร้าย’ ยังคงมีสิ่งต่างๆ จำนวนมากที่จะได้รับผลกระทบด้านบวกจาก 3D Printer เกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก แม้ว่าหลายประตูดูเหมือนจะปิด สำหรับคนที่กำลังมองหางานเทคโนโลยีนี้ นำความคิดใหม่และวิธีการในการทำงาน ด้วยโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ เมื่ออินเทอร์เน็ตเปลี่ยนจากการเป็นเครื่องมือที่จะใช้ส่งอีเมลล์ กลายเป็นสถานที่ช้อปปิ้งที่บ้าน นำไปสู่การถดถอยของการค้าปลีก ซึ่งนำไปสู่การหดหายจำนวนมากของตำแหน่งงาน ธุรกิจขนาดใหญ่หลายแห่งเกิดผลกระทบและบางส่วนมีการปิดกิจการ

สิ่งที่อินเทอร์เน็ตทำให้เกิดผลกระทบด้านบวก เช่น ธุรกิจการสร้างออกแบบ Website, Online Marketing การตลาดอินเทอร์เน็ต, ช่างเทคนิค, โซเชียลมีเดีย, บล็อก จะเฟื่องฟู คนหลายล้านคนจะทำงาน Online ผลิตภัณฑ์เนื้อหาหรือบริการ และระบบหมุนเวียนทางเศษฐกิจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง การใช้จ่ายหลายพันล้านดอลล่าร์จะเกิดขึ้นชั่วข้ามคืน จากการที่ระบบเศษฐกิจแบบไม่มีเวลาปิดเปิด
อีกหนึ่งอาชีพที่จะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางคือ อาชีพ Designer ที่ออกแบบด้วยโปรแกรม 3 มิติเพราะคุณจะได้ขายผลิตภัณฑ์ที่คุณออกแบบได้ไม่ว่าคุณจะทำงานอยู่ที่ไหน แค่ Upload สินค้าที่คุณต้องการให้ลูกค้าหรือร้านค้า Online อย่าง www.shapeways.com เป็นต้น

ที่กล่าวมาทั้งหมดก็ได้รวบรวมข้อมูลจากหลายๆ ด้าน ถึงสิ่งที่ผู้ที่พัฒนาและคิดค้นมองไปข้างหน้า แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อไรมันจะมาถึง “การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3”
BY…Prakit L.

 

Cr. https://www.applicadthai.com

การทำ Prototype งานประเภท Medical (ด้านการแพทย์)

ในส่วนของงานประเภท Medical (ด้านการแพทย์) การทำ Prototype เริ่มเป็นที่แพร่หลายในบ้านเรา จะเห็นได้ว่ามีหลายหน่วยงาน เริ่มมีการทำต้นแบบของอวัยวะ เพื่อวางแผนก่อนการผ่าตัด หรือ เพื่อการศึกษาและวิจัย
#medical #prototype #rabbitprototype #ชิ้นงานต้นแบบ #3dprinter

การทำชิ้นงานต้นแบบ ด้วย Polyjet Technology

การทำชิ้นงานต้นแบบ ด้วย Polyjet Technology ที่จะสามารถปริ้นชิ้นงานได้ในคราวเดียวกัน

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมด้านการทำชิ้นงานต้นแบบ ได้ที่เบอร์โทร 02-7449874
#งานต้นแบบ #3dprinter #prototype

ชิ้นส่วนของยานยนต์ ด้วยบริการ Rapid Prototyping

ชิ้นส่วนของยานยนต์ สามารถทำต้นแบบได้ถึง 500 ชิ้น ด้วยบริการ Rapid Prototyping
———————–
สนใจงาน Prototype สอบถามได้ที่
☎️ 0-2744-9874
📮 service@rabbitprototype.com

prototyping

งาน CNC เราก็มีนะคะ งานประกอบ ส่วนหนึ่งล้อแม็กรถยนต์

งาน CNC เราก็มีนะคะ

สำหรับงานนี้เป็นงานประกอบ ส่วนหนึ่งล้อแม็กรถยนต์
ซึ่งมีโชว์ในงาน Motor Expo 2016 ที่ผ่านมา
มีใครไปเยี่ยมชมงานบ้างคะ

#CNC
_____________________________________________
สนใจงาน Prototype หรือ ชิ้นงานต้นแบบ สอบถามได้ที่
☎️ 0-2744-9874
📮 service@rabbitprototype.com

15350562_1217556471644785_533135444207544921_n 15355850_1217556314978134_5300751639300599932_n 15390939_1217555478311551_7251749759153026624_n

ทีมงานของเรา เร่งผลิต ส่งชิ้นงานลูกค้า

ภาพการทำงานในเช้านี้ ทีมงานของเรา เร่งผลิต ส่งชิ้นงานลูกค้า
เพื่อให้ลูกค้าได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพที่สุด!!

#3dPrinting #Prototype #RabbitPrototype #rapidprototype

15085602_1199340390133060_6766432221019014693_n 15095097_1199340906799675_5529380206414550061_n 15179097_1199339746799791_5837534164776745225_n  15230584_1199340433466389_2977813876112917457_n15219475_1199340400133059_8432592889562040011_n

งาน CNC ของ Rabbit Prototype และ ทีม SolidCAM (AppliCAD)

งาน CNC :
เกิดจากความร่วมมือของ Rabbit Prototype และ ทีม SolidCAM (AppliCAD)

#CNC #3dmodels #prototype #3dPrinting
_______________________________________
สนใจงาน Prototype สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
☎️ 0-2744-9874
📮 service@rabbitprototype.com

%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-cnc %e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-cnc-01

 

7 เหตุผลว่าทำไหม กลุ่มโรงงานอุตสหกรรมจึงเปิดแขนรับเทคโนโลยี 3D printing กันช้าเหลือเกิน

1) It’s Not Applicable
สำหรับอุตสหกรรม ที่ผลิตของเดิมๆ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงแบบ และขบวนการผลิตที่ใช้อยู่ มีประสิทธิ์ภาพสูงอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องนำเทคโนโลยี่ใหม่ๆเข้ามาใช้ให้ยุ่งยาก

2) Thought Not Applicable
แต่บางครั้ง สิ่งที่คิดว่าไม่จำเป็น เกิดจากแนวคิดของทีมบริหาร ที่อาจจะยังมองไม่เห็นโอกาสที่เทคโนโลยี่จะนำประโยชน์มาให้แก่องค์กรได้ เช่นใครจะนึกว่า Drone จะกลายเป็นหนึ่งกลยุกต์ที่หลายบริษัทจะนำมาใช้ในการส่งของ 3D printer ก็เช่นกัน สามารถใช้หลากหลายรูปแบบ พลิกแพลงไปตามจินตนาการของผู้ใช้

3) Don’t Understand The Potential
และการที่มองไม่เห็นโอกาส ก็เกิดมาจากการยังไม่เข้าใจในตัวเทคโนโลยี่และทีมพัฒนายังคิดในกรอบ ยึดติดกับแนวคิดเดิมๆ เช่น อุตสหกรรมการบิน ต้องใช้เวลาหลายปี กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ว่า 3D printing สามารถนำความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงมาสู่การออกแบบเครื่องบิน เพราะ 3D printing สามารถผลิตชิ้นส่วนที่ไม่มีขบวนการผลิตอื่นๆทำได้ เมื่อทีมพัฒนาเปิดกว้างรับความคิดใหม่ๆ การออกแบบก็จะเริ่มก้าวกระโดดไปสู่บางสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนได้ เช่น เครื่อง jet engine ที่สามารถจับหลายๆชิ้นส่วนรวมกันเป็นชิ้นเดียว ลดน้ำหนัก เพิ่มประสิทธิ์ภาพโดยรวม เป็นอะไรที่ไม่เคยมีมาก่อน

4) Never Heard Of It
เอาจริงๆ คนส่วนมากยังไม่รู้ว่า 3D printer คืออะไร ถ้าให้ไปถาม ช่างกึงเหล็กตามห้องแถว หลายคนจะงงว่า มันคืออะไร และ เกี่ยวอะไรกับงานที่เค้าทำได้ หลายๆอาชีพงาน มักจะต้องทำอะไรซ้ำๆเดิมๆ จนไม่มีเวลาหรือความกระตื้อรื้อร้น ที่จะหาวิธีใหม่ๆมาพัฒนาขบวนการให้ดีขึ้น

5) Consumer Craze
ช่วงปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ ข่าวของ 3D printer มักจะไปแนวทางของตลาดบริโภคทั่วไป มากกว่าจะมองเป็นอุปกรณ์เครื่องจักรสำหรับอุตสหกรรม (ส่วนมากเครื่อง 3D printer ระดับอุตสหกรรม จะไม่ใช้คำ 3D printer แต่จะใช้ศัพย์ย่อเทคโนโลยี่ที่ใช้แทน เช่น SLM, PROJET, MULTIJET FUSION) ทำให้คนที่อยู่ในอุตสหกรรมมีความคิดที่ว่า เทคโนโลยี่มีไว้ใช้สำหรับในบ้านเท่านั้น

6) Cost To Change
แม้จะรู้ว่าเทคโนโลยี่ 3D printing นำประโยชน์มากมายมาให้แก่โรงงานได้ แต่หลายครั้ง ก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้ เพราะด้วย ต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงมาก เครื่อง 3D printer ระดับอุตสหกรรมมีราคา กันหลักล้านจนเป็นหลายสิบล้าน และ ยังต้องมีทีมผู้มีความรู้ด้าน CAD และ ต้องซื้อซอพแวร์อีกหลายแสน การดูแล วัสดุ และ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้เทคโนโลยี่นี้ ยังเข้าไม่ถึงสำหรับหลายอุตสหกรรม ที่มีขนาดไม่ใหญ่

7) Old Age
หลายโรงงาน ที่ติดต่อเข้ามาซื้อ 3D printer ผู้ที่ทำเรื่องจัดซื้อ มักจะเป็นเจนเนอร์ชั่นใหม่ของบริษัท เช่นลูกชายเจ้าของ หรือ นักเรียนที่เพิ่งจบและสามารถพูดโน้มน้าวหัวหน้าแผนก ว่าเทคโนโลยี่นี้จำเป็นต่อการทำงานอย่างไร ส่วนมากผู้ใหญ่จะแค่เข้ามาแวะดูว่ามันทำงานอย่างไร แต่ก็ปล่อยให้เด็กรุ่นใหม่ จัดการทุกอย่างด้วยตนเอง ดังนั้น ถ้าบริษัทหรือโรงงานไหน ไม่เปิดรับความคิดเห็นของเด็กรุ่นใหม่ ก็คงยากที่จะนำเทคโนโลยี่ใหม่ๆเข้าไปใช้งานได้

ที่มาบทความ : http://www.fabbaloo.com// 3D Printer Thailand

เทคโนโลยี Rapid Prototype คือ อะไร ?

rapid-prototype-600x278

ก่อนที่จะผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้เราได้เห็นกันนั้นทางผู้ผลิตมักจะต้องทำ ชิ้นงานต้นแบบ (Prototype) ขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์หรือทดสอบการใช้งานและถูกพัฒนามาเป็นผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดในที่สุด

เทคโนโลยี Rapid Prototype (RP) เป็นกระบวนการสร้างชิ้นงานต้นแบบด้วยความรวดเร็ว ซึ่งนิยมใช้ในหลากหลายวงการทั้งทางด้านการออกแบบ วงการแพทย์ หรือแม้แต่กระทั้งใช้สำหรับผลิตชิ้นส่วนของเครื่องจักร หลักการของเทคโนโลยี Rapid Prototype คือ การออกแบบด้วยโปรแกรม 3D บนคอมพิวเตอร์ แล้วส่งไฟล์ 3D ของ CAD Model นั้นไปยังอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยี Rapid Prototype เพื่อสร้างชิ้นงานต้นแบบตามที่ได้ออกแบบไว้

การผลิตชิ้นงานต้นแบบด้วยเทคโนโลยี Rapid Prototype อาจแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ตามวิธีการผลิต คือ การผลิตชิ้นงานต้นแบบโดยการใช้พอลิเมอร์ไวต่อแสง (photopolymerization), การใช้น้ำยาประสานหรือการใช้เลเซอร์เพื่อให้ผงวัสดุจับตัวเป็นรูปร่าง (sintering-bonding), การซ้อนกันของแผ่นวัสดุ (layer laminate manufacturing) และสุดท้ายคือ การใช้พลาสติกที่หลอมเหลวเรียงชั้นเป็นชิ้นงาน (extrusion processes)

  1. การผลิตชิ้นงานต้นแบบโดยการใช้พอลิเมอร์ไวต่อแสง (photopolymerization) มีหลักการคือการใช้ Ultraviolet Lasers ความยาวคลื่นน้อยกว่า 300 นาโนเมตร ยิงไปบนชิ้นงานพอลิเมอร์ที่มีความไวต่อแสง เพื่อสร้างเป็นรูปทรงทีละชั้น ในชิ้นงานที่มีความซับซ้อนหรือมีรูกลวงอาจต้องสร้างชั้นของพอลิเตอร์ขึ้นมารองรับ (support) ซึ่งส่วนนี้จะต้องตัดออกในภายหลัง จนได้ชิ้นงานที่สมบรูณ์ พื้นฐานของเทคนิค Photopolymerization คือเทคนิค Sterolithography Apparatus (SLA) ซึ่งถูกคิดค้นโดยบริษัท 3D Systems
  2. การใช้เลเซอร์หรือตัวประสานในการเชื่อมผงวัสดุเข้าด้วยกัน (sintering/bonding) วิธีการนี้มีหลักการคล้ายกับวิธี photopolymerization แต่มีข้อแตกต่างคือวัสดุที่ใช้ขึ้นรูปชิ้นงานของวิธีนี้จะอยู่ในรูปแบบผงซึ่งมีขนาดเล็กกว่า 100 ไมครอน ชิ้นงานที่ได้จากวิธีการ sintering จะมีความแข็งแรงต่ำกว่าแบบ Sterolithography โดยกระบวนการ sintering นั้นจะถูกใช้ในเทคนิค Selective Laser Sintering ซึ่งถูกคิดค้นโดยบริษัท 3D Systems ส่วนกระบวนการ bonding จะใช้การพ่นกาวให้ผงวัสดุเชื่อมประสานกัน ข้อดีของวิธีการนี้คือการใช้กาวที่มีสีแตกต่างกันเพื่อสร้างชิ้นงานที่มีสีหลากหลายได้ ชิ้นงานที่ได้จากกระบวนการ bonding จะมีความแข็งแรงต่ำกว่าแบบ Sterolithography
  3. การซ้อนกันของแผ่นวัสดุ(layer laminate manufacturing) วัสดุเริ่มต้นที่ใช้ในการผลิตจะอยู่ในรูปแบบของแผ่นชีทซึ่งด้านหนึ่งถูกเคลือบไว้ด้วยกาว เมื่อวัสดุดังกล่าวถูกตัดด้วยความร้อนจากเลเซอร์ กาวที่ถูกเคลือบไว้จะหลอมและติดกับวัสดุชั้นล่างจนเกิดเป็นรูปร่างตามที่ได้ออกแบบไว้
  4. การใช้พลาสติกที่หลอมเหลวเรียงชั้นเป็นชิ้นงาน (extrusion processes) วัสดุเริ่มต้นจะอยู่ในรูปของเส้นพลาสติกถูกอัดผ่านหัวฉีดความร้อนจนเส้นของพลาสติกเกิดการหลอมเหลว โดยหัวฉีดจะเคลื่อนที่ไปมาทีละชั้นเพื่อสร้างรูปทรงตามที่ได้ออกแบบไว้

 

cr.www.3dprinting.in.th

3D printer ปฎิวัติวงการกังหันลมอีกครั้ง

ถ้าพูดถึง printer ทุกคนจะคิดถึง แค่การพิมพ์ ตัวพิวพ์ตัวอักษรลงบนกระดาษเท่านั้น  แต่วันนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปสำหรับ printer เพราะมันคือ 3D printer กำลังจะปฎิวัติวงการ  การออกแบบ และ การทำ Model หรือชิ้นส่วน เพื่อนำไปทำเป็น Prototype , Production  หรือ แม้แต่อะไหล่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ เสียหายไปแล้ว วัสดุต่างๆ ที่นำมาขึ้นรูป ด้วย 3d printer ได้นั้น  หลักๆ ก็คือ พลาสติกจำพวก PLA , ABS , WOOD  และยังมีอื่นๆอีก

การพิมพ์ 3D  ที่ซับซ้อนออกมาได้อย่างเยี่ยมยอดจนเราไม่สามารถอธิบายความสามารถอันหลากหลายของเจ้าตัว 3D printer  จึงขอนำภาพมาเพื่อบรรยายแทน

mojo-3d-printer

3D printer  ขนาด Desktop

 

3d-printer-02

3d-printer-03

3d-printer-04

กังหันลมผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก ทำด้วย 3D printer

3d-printer-05

ใบกังหันลมที่ทำด้วย 3D printer

 

การออกแบบ ชิ้นส่วน เครื่องจักรกล

 

3d-printer-07

Model  งานออกแบบ ลวดลาย

 

3d-printer-08

3d-printer-09

Model ในงาน สถาปนิก

 

Rigid-Blue-Engine-Model

Model เครื่องขึ้นรูปด้วย 3D Printer

 

airbike-03092011

จักรยานที่ทำด้วย 3D print

 

3d_printed_plane

ตัวอย่าง model  เครื่องบิน ที่ทำด้วย Printer 3D

james-bond-austin-partin-3d-print

งานออกแบบรถยนต์

3d-printer-10

งานอุตสาหกรรมการออกแบบ

Family_first_scan

วงการศิลปะ