ชิ้นงานต้นแบบ

การทำ Prototype งานประเภท Medical (ด้านการแพทย์)

ในส่วนของงานประเภท Medical (ด้านการแพทย์) การทำ Prototype เริ่มเป็นที่แพร่หลายในบ้านเรา จะเห็นได้ว่ามีหลายหน่วยงาน เริ่มมีการทำต้นแบบของอวัยวะ เพื่อวางแผนก่อนการผ่าตัด หรือ เพื่อการศึกษาและวิจัย
#medical #prototype #rabbitprototype #ชิ้นงานต้นแบบ #3dprinter

งาน CNC เราก็มีนะคะ งานประกอบ ส่วนหนึ่งล้อแม็กรถยนต์

งาน CNC เราก็มีนะคะ

สำหรับงานนี้เป็นงานประกอบ ส่วนหนึ่งล้อแม็กรถยนต์
ซึ่งมีโชว์ในงาน Motor Expo 2016 ที่ผ่านมา
มีใครไปเยี่ยมชมงานบ้างคะ

#CNC
_____________________________________________
สนใจงาน Prototype หรือ ชิ้นงานต้นแบบ สอบถามได้ที่
☎️ 0-2744-9874
📮 service@rabbitprototype.com

15350562_1217556471644785_533135444207544921_n 15355850_1217556314978134_5300751639300599932_n 15390939_1217555478311551_7251749759153026624_n

ทำความรู้จักกับ 3D Printing หรือ การพิมพ์ 3มิติ

3D Printing คืออะไร?

3D Printing คือการสร้างชิ้นงานออกมาในลักษณะที่จับต้องได้ ถ้าจะพูดให้เห็นภาพก็คือ

  • 3D Printer : ได้ขวดที่เป็นเหมือนขวดจริงๆ
  • 2D Printer : ได้ภาพขวดที่พิมพ์ลงบนกระดาษ

untitled-1-01

3D Printing ทำอะไรได้บ้าง?

  • สร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototyping & Product Design) เช่น ชิ้นส่วนอะไหล่, โมเดลจำลอง, เครื่องประดับ ฯลฯ
  • การศึกษา ( Education)
  • การแพทย์ และ ทันตกรรม (Medical & Dental) 3D Printing เหมาะกับอุตสาหกรรมการแพทย์อย่างมาก เนื่องจากร่างกายคนเรามีสัดส่วนและขนาดไม่เหมือนกัน นอกจากการใช้สร้าง Prototype สำหรับอุปกรณ์การแพทย์แล้ว 3D Printer ยังช่วยให้เราสามารถผลิตอุปกรณ์ที่มีขนาดและรูปร่างเฉพาะสำหรับแต่ละบุคคลได้ เช่นการทำครอบฟัน ฟันปลอม อุปกรณ์ช่วยฟัง
  • ยานยนต์ (Automotive) วงการยานยนต์เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีการใช้ 3D Printing ใช้ในการออกแบบทำ Prototype ชิ้นส่วนที่ใช้ในรถยนต์ หรือแม้กระทั่งใช้เป็นชิ้นส่วนที่ใช้งานจริง เช่นในรถแข่ง F1

ซึ่งนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในอีกหลายๆ อย่างเท่านั้น ที่ 3D Printing สามารถทำได้ ถ้าพูดว่า คุณอยากจะทำอะไร คงจะให้คำตอบได้ง่ายกว่า

 

 

วัสดุที่ใช้มีอะไรบ้าง?

ประเภทใหญ่ๆ ก็คือ พลาสติกแข็ง, โลหะ, ยาง, ปูน(ผง)

  • ABS
  • PC
  • PLA
  • GYPSUM (Powder)
  • PETG
  • POM งานประเภทโลหะนั้นไม่ได้รับความนิยม เนื่องจากราคาที่สูงมาก

เทคโนโลยี Rapid Prototype คือ อะไร ?

rapid-prototype-600x278

ก่อนที่จะผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้เราได้เห็นกันนั้นทางผู้ผลิตมักจะต้องทำ ชิ้นงานต้นแบบ (Prototype) ขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์หรือทดสอบการใช้งานและถูกพัฒนามาเป็นผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดในที่สุด

เทคโนโลยี Rapid Prototype (RP) เป็นกระบวนการสร้างชิ้นงานต้นแบบด้วยความรวดเร็ว ซึ่งนิยมใช้ในหลากหลายวงการทั้งทางด้านการออกแบบ วงการแพทย์ หรือแม้แต่กระทั้งใช้สำหรับผลิตชิ้นส่วนของเครื่องจักร หลักการของเทคโนโลยี Rapid Prototype คือ การออกแบบด้วยโปรแกรม 3D บนคอมพิวเตอร์ แล้วส่งไฟล์ 3D ของ CAD Model นั้นไปยังอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยี Rapid Prototype เพื่อสร้างชิ้นงานต้นแบบตามที่ได้ออกแบบไว้

การผลิตชิ้นงานต้นแบบด้วยเทคโนโลยี Rapid Prototype อาจแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ตามวิธีการผลิต คือ การผลิตชิ้นงานต้นแบบโดยการใช้พอลิเมอร์ไวต่อแสง (photopolymerization), การใช้น้ำยาประสานหรือการใช้เลเซอร์เพื่อให้ผงวัสดุจับตัวเป็นรูปร่าง (sintering-bonding), การซ้อนกันของแผ่นวัสดุ (layer laminate manufacturing) และสุดท้ายคือ การใช้พลาสติกที่หลอมเหลวเรียงชั้นเป็นชิ้นงาน (extrusion processes)

  1. การผลิตชิ้นงานต้นแบบโดยการใช้พอลิเมอร์ไวต่อแสง (photopolymerization) มีหลักการคือการใช้ Ultraviolet Lasers ความยาวคลื่นน้อยกว่า 300 นาโนเมตร ยิงไปบนชิ้นงานพอลิเมอร์ที่มีความไวต่อแสง เพื่อสร้างเป็นรูปทรงทีละชั้น ในชิ้นงานที่มีความซับซ้อนหรือมีรูกลวงอาจต้องสร้างชั้นของพอลิเตอร์ขึ้นมารองรับ (support) ซึ่งส่วนนี้จะต้องตัดออกในภายหลัง จนได้ชิ้นงานที่สมบรูณ์ พื้นฐานของเทคนิค Photopolymerization คือเทคนิค Sterolithography Apparatus (SLA) ซึ่งถูกคิดค้นโดยบริษัท 3D Systems
  2. การใช้เลเซอร์หรือตัวประสานในการเชื่อมผงวัสดุเข้าด้วยกัน (sintering/bonding) วิธีการนี้มีหลักการคล้ายกับวิธี photopolymerization แต่มีข้อแตกต่างคือวัสดุที่ใช้ขึ้นรูปชิ้นงานของวิธีนี้จะอยู่ในรูปแบบผงซึ่งมีขนาดเล็กกว่า 100 ไมครอน ชิ้นงานที่ได้จากวิธีการ sintering จะมีความแข็งแรงต่ำกว่าแบบ Sterolithography โดยกระบวนการ sintering นั้นจะถูกใช้ในเทคนิค Selective Laser Sintering ซึ่งถูกคิดค้นโดยบริษัท 3D Systems ส่วนกระบวนการ bonding จะใช้การพ่นกาวให้ผงวัสดุเชื่อมประสานกัน ข้อดีของวิธีการนี้คือการใช้กาวที่มีสีแตกต่างกันเพื่อสร้างชิ้นงานที่มีสีหลากหลายได้ ชิ้นงานที่ได้จากกระบวนการ bonding จะมีความแข็งแรงต่ำกว่าแบบ Sterolithography
  3. การซ้อนกันของแผ่นวัสดุ(layer laminate manufacturing) วัสดุเริ่มต้นที่ใช้ในการผลิตจะอยู่ในรูปแบบของแผ่นชีทซึ่งด้านหนึ่งถูกเคลือบไว้ด้วยกาว เมื่อวัสดุดังกล่าวถูกตัดด้วยความร้อนจากเลเซอร์ กาวที่ถูกเคลือบไว้จะหลอมและติดกับวัสดุชั้นล่างจนเกิดเป็นรูปร่างตามที่ได้ออกแบบไว้
  4. การใช้พลาสติกที่หลอมเหลวเรียงชั้นเป็นชิ้นงาน (extrusion processes) วัสดุเริ่มต้นจะอยู่ในรูปของเส้นพลาสติกถูกอัดผ่านหัวฉีดความร้อนจนเส้นของพลาสติกเกิดการหลอมเหลว โดยหัวฉีดจะเคลื่อนที่ไปมาทีละชั้นเพื่อสร้างรูปทรงตามที่ได้ออกแบบไว้

 

cr.www.3dprinting.in.th