News

สถาบันสุขภาพทุกแห่งในต่างประเทศได้ร่วมมือกันสร้างคลังข้อมูลออนไลน์ที่เกี่ยวกับ โมเดลหัวใจ จากเครื่อง 3D Printer

ในปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการพิมพ์ และ สแกน 3 มิติ ที่เกี่ยวข้องกันกับด้านสุขภาพกำลังจะกลายเป็นมาตราฐานมากขึ้น อีกทั้งยังได้ครอบคลุมไปถึงการผ่าตัดช่วยชีวิต ด้วยตัวช่วยจากการพิมพ์สามมิติ ที่พิมพ์แบบจำลองชิ้นส่วนอวัยวะในการผ่าตัด ซึ่งในบางเคสที่การผ่าตัดธรรมดาไม่สามารถทำได้ และ ในบางเคสก็ไม่เคยใช้การพิมพ์สามมิติ ร่วมกับการผ่าตัดมาก่อน แต่ขั้นตอนเหล่านี้ กำลังจะกลายเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้น เมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมการแพทย์ เริ่มต้นที่จะพูดคุยถึงมาตรฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้

heartmodel

3D model of a heart with neonatal pulmonary atresia VSD. [Image: Dr. Matthew Bramlet] 

ศูนย์ดูแลสุขภาพ OSF และ สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการทำ 3D สแกนและพิมพ์โมเดลสามมิติ  อีกทั้งยังร่วมกับ สมาคมโรคหัวใจอเมริกา (AHA) เพื่อสร้างห้องสมุดออนไลน์เกี่ยวกับโมเดลหัวใจสามมิติ ที่แพทย์ทั่วโลกจะสามารถส่งแบบจำลองของ หัวใจที่มีข้อบกพร่องแต่กำเนิด โดยตรงจากภาพสแกนของผู้ป่วย และตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญในการสร้างแบบจำลองหัวใจสามมิติ

heartses

 

และ เมื่อเร็วๆ นี้ ตัวแทนจาก AHA และ NIH ได้พบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในการสร้างแบบจำลอง 3 มิติจาก OSF และ มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์, วิทยาลัยแพทยศาสตร์ที่พีโอเรีย, มหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตันแพทย์ศาสตร์ และรัฐนิวเจอร์ซีย์โรงเรียนแพทย์สำหรับการอภิปรายโต๊ะกลมเกี่ยวกับ ความคิดริเริ่มในเรื่องนี้heart1

ดร.แบรมเล็ต และ สถาบัน NIH หวังว่า ห้องสมุดออนไลน์หัวใจ 3 มิติ แห่งนี้ นอกจากจะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาห้องสมุดออนไลน์ที่คล้ายๆกัน ในอวัยวะอื่นๆในร่างกายของมนุษย์ที่จะใช้แบบจำลอง 3 มิติ ขยายไปยังส่วนอื่นๆ เช่น การศัลยกรรมกระดูก และยังหวังว่าเทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่ง และ ถาวรของด้านการแพทย์…

 

ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ และ วงการแพทย์ ที่ในอนาคตเราอาจไม่ต้องรับความเสี่ยง หรือ ลดความเสี่ยงในการผ่าตัดลง ในการผ่าตัดเกี่ยวกับหัวใจ

 

ข้อมูล : www.3dprint.com
เรียบเรียงบทความ : meeCho

การประยุกต์ใช้ 3D-printed เทคโนโลยีในการสร้าง core และ cavity

บริษัท Unilever สาขาในประเทศอิตาลี ประยุกต์ใช้เครื่อง 3D Printing (Stratasys’ PolyJet 3D printing technology) ในการสร้าง core และ cavity ของแม่พิมพ์เพื่อลด lead time หรือระยะเวลาในการสร้างแม่พิมพ์ เพื่อทำสินค้าต้นแบบ หรือ prototype โดยสามารถลด lead time หรือระยะเวลาลงไปได้ 40%

หลังจากประยุกต์ใช้ 3D-printed เทคโนโลยีในการสร้าง core และ cavity ของแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก บริษัท Unilever ที่อิตาลี สามารถผลิตสินค้าต้นแบบ หรือ prototype ที่ใช้วัสดุ หรือ material ที่เหมือนจริง (final end-use material) เช่น polypropylene (PP) เพื่อใช้ในการทดสอบ function การทำงาน และ การใช้งาน (functional และ consumer tests) ด้วยระยะเวลาที่สั่นลงมาก หรือ 40% เมื่อเทียบกับการผลิตด้วยขั้นตอนปกติ

leverage-3d-print-to-injection

Unilever (เจ้าแบรนด์หลายยี่ห้อ เช่น Surf, Comfort, Hellmann’s และ Domestos) ใช้ Stratasys Objet 500 Connex Multi-material 3D Production System ในการผลิตชิ้นส่วนของแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก เพื่อผลิตสินค้าในหมวดของ สินค้าใช้ในบ้าน และ เกี่ยวกับแผนกซักรีด ที่มีชิ้นส่วนประมาณ 50 ชิ้น เช่น ฝาขวด จุกยาง ฝาเกีลยว และอุปกรณ์ประเภทฝา จุก อื่นๆ รวมไปถึง กล่องใส่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในห้องน้ำ

วัสดุหรือ material ที่ทาง Unilever ใช้ในการผลิต core และ cavity ของแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก ด้วยวิธีการ 3D prints คือ ABS (สามารถทนต่อ แรงกระแทก ความร้อน รวมทั้ง สารเคมีได้ดี มีความเหนียว และความมันเงาสูง มีความทนต่อสภาวะบรรยากาศได้ดี) เพราะคุณสมบัติหลายอย่างของ ABS จึงเหมาะสำหรับใช้ผลิตชิ้นส่วนของแม่พิมพ์ และทำให้การฉีดพลาสติกนั้น สามารถฉีดที่อุณหภูมิและที่แรงดันสูงได้ เหมือนกับสภาวะในการฉีดงานจริง ทำให้ชิ้นงาน ยังคงมีคุณภาพที่สูง แต่สามารถลดระยะเวลา หรือ lead time และสามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้

นอกจากนี้ Unilever ยังผลิต thermoform tooling prototypes ด้วย FDM-based Fortus 360mc 3D Production System วัสดุหรือ material ที่ใช้ในการผลิตคือ ABS-M30 ด้วยวิธีนี้ทำให้ Unilever สามารถผลิตแม่พิมพ์ที่เหมือนจริง (realistic molds) ที่มีความแข็งแรง เพียงพอต่อการทดสอบ (functional testing) ซึ่งการทดสอบนี้ สำคัญต่อการผลิตแม่พิมพ์จริงๆ อย่างมาก

และนอกจากนี้ การที่สามารถผลิต thermoform tooling prototypes ยังสามารถช่วยในการ ลดระยะเวลา หรือ lead time ได้ประมาณ 35% และสามารถลดต้นทุนการผลิต ในส่วนของแรงงานได้เป็นอย่างมาก เทคโนโลยีนี้ช่วยในการเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพของการผลิต เพราะทำให้การออกแบบ และการแก้ไขนั้นง่าย และรวดเร็วขึ้น    ทำให้สามารถได้ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ ก่อนที่จะเริ่มผลิตในขบวนการผลิตต่อไป

ที่มา : Design Engineer Life

ที่มา : plasticstoday