Blog

3D PRINTING นวัตกรรมพลิกโลก

พิมพ์วัตถุใช้เอง?

3D Printing คือกระบวนการผลิตรูปแบบหนึ่งซึ่งนำวัตถุดิบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพลาสติก โลหะ ฯลฯ มาขึ้นรูปชิ้นงานทีละชั้นจนได้เป็นรูปทรงที่สามารถจับต้องได้ โดยสิ่งที่ผู้ใช้จะต้องมีคือเครื่องพิมพ์ระบบสามมิติ (3D Printer) วัตถุดิบ และพิมพ์เขียวของวัตถุที่เราต้องการ “พิมพ์” ออกมา ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบไฟล์ CAD (Computer Aided Design) หรือไฟล์ 3D Scanner

จะว่าไปเทคนิค 3D Printing ก็ไม่ใช่ของใหม่นัก เพราะได้มีการใช้ในแวดวงอุตสาหกรรมสำหรับกระบวนการ Rapid prototyping หรือการทำต้นแบบรวดเร็ว  มาตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1980 แล้ว โดยอีกชื่อหนึ่งที่อาจเคยได้ยินในแวดวงวิศวกรรมเครื่องกลคือ Additive Manufacturing (AM) หรือการขึ้นรูปชิ้นงานด้วยการเติมเนื้อวัสดุเข้าไป ซึ่งจะต่างจากการผลิตแบบสกัดเนื้อวัสดุออกหรือ Subtractive Manufacturing (SM) อย่างเช่น การกลึง เจาะ ไส หรือเจียรไน เป็นต้น เพราะฉะนั้นอาจกล่าวได้ว่า 3D Printing ก็คือกระบวนการที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเทคนิคดังกล่าวนั่นเอง

ขั้นตอนการทำงานของ 3D Printing สามารถแบ่งได้เป็นสามส่วนใหญ่ๆ ด้วยกันคือ 1. ขั้นแรกจะต้องทำการสร้างรูปแบบจำลองสามมิติจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ประเภท CAD/CAM หรือทำการสแกนวัตถุแบบสามมิติให้ได้รูปทรงของวัตถุออกมา 2. นำข้อมูลที่ได้มาใส่เครื่องพิมพ์สามมิติ และ 3. ปล่อยให้ระบบสร้างวัตถุขึ้น โดยเริ่มจากชั้นล่างสุดค่อยๆ ขึ้นมาเหมือนกับการสร้างพีระมิดนั่นเอง สำหรับเวลาที่ใช้นั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความซับซ้อนของงาน หรือความเร็วของเครื่องพิมพ์ ซึ่งอาจกินเวลาตั้งแต่หลายนาทีไปจนถึงหลายชั่วโมง

ภาพตัวอย่างวัตถุที่ได้จากการพิมพ์แบบสามมิติ
ประโยชน์ของ 3D Printing

ประโยชน์ของ 3D Printing ที่เห็นได้ชัดเจนมากสุดก็คือ เปิดโอกาสให้นักออกแบบสามารถเห็นโมเดลสามมิติที่ตนออกแบบได้ในทันที ทำให้สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาว่าจ้างผู้ผลิตรายอื่น จึงถือว่าเป็นการประหยัดต้นทุนอีกทางหนึ่ง สำหรับเจ้าของโรงงานเองก็สามารถผลิตสินค้าเท่าที่มีการสั่งซื้อ ทำให้ตัดประเด็นเรื่อง “การประหยัดทางขนาด” (economy of scale) เพื่อลดต้นทุนการผลิตลงไปได้ อีกทั้งยังช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บสินค้า และประหยัดต้นทุนได้มากกว่าเมื่อเทียบกับกระบวนการ SM ที่เราต้องเสียวัตถุดิบระหว่างการผลิตมาก ด้านผู้บริโภคก็ได้รับประโยชน์ในแง่ที่ว่าคนที่อยู่ห่างไกลจะสามารถผลิตวัตถุขึ้นใช้เองได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเข้ามายังตัวเมือง เพียงแค่ดาวน์โหลดพิมพ์เขียวจากอินเทอร์เน็ตก็สามารถสร้างวัตถุขึ้นใช้ได้เอง

แต่เดิมเทคนิค 3D Printing มักถูกใช้เพียงเพื่อสร้างวัตถุต้นแบบจากโมเดลสามมิติ แต่ในปัจจุบันเราก็ได้เริ่มเห็นการใช้งานเพื่อสร้างวัตถุเพื่อใช้งานจริงกันมากขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการผลิตโมเดลของเล่น เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์แบบง่ายๆ ไปจนถึงชิ้นส่วนรถยนต์และเครื่องบิน นอกจากนั้นยังมีแนวโน้มที่จะนำไปประยุกต์ใช้อีกหลายด้าน ทั้งการสร้างรูปปั้นสำหรับบรรดาศิลปิน การสร้างโมเดลของวัตถุโบราณที่บุบสลาย ด้านประโยชน์ด้านการแพทย์ก็มี เช่นการทำขาเทียม ฟันปลอม กระดูก หรือในอนาคตเราก็อาจสามารถสร้างเซลล์ของอวัยวะได้จากระบบการพิมพ์สามมิตินี้

Z Corp 013004

ภาพหัวกะโหลกนี้สร้างมาจากเทคนิค 3D Printing เห็นได้ชัดว่าการนำมาใช้ด้านการแพทย์คงไม่ไกลเกินเอื้อม

และที่ไม่น่าเชื่อแต่ว่าเป็นไปแล้วก็คือ การทำอาหาร! โดยเฉพาะการขึ้นรูปวัตถุของแข็งกึ่งเหลว เช่น การทำชีส ไอซ์ซิ่ง หรือช็อคโกเลตให้เป็นวัตถุต่างๆ ตามต้องการ โดยตอนนี้ French Culinary Institute กำลังศึกษาระบบ 3D Printing เสรี (open-source) ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัย Cornell ในเว็บไซต์ Fab@Home เพื่อสร้างเมนูอาหารให้แปลกตาไม่เหมือนใคร ส่วนทางสถาบัน MIT ก็ได้สร้างเครื่องพิมพ์สามมิติสำหรับการทำอาหารที่มีชื่อว่า Cornucopia ด้วยเช่นกัน

อนาคตของ 3D Printing

3D Printing เปิดโอกาสให้เราทำสิ่งที่เราไม่เคยทำได้มาก่อน รวมทั้งอาจก่อให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยนักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่าผลกระทบที่ตามมานั้นอาจมากมายไม่ต่างจากสิ่งที่เครื่องจักรไอน้ำเคยก่อให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม หรือไมโครชิพก่อให้เกิดการปฏิวัติดิจิตัล แต่ก่อนที่เราจะไปถึงจุดนั้น 3D Printing ยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายอย่างด้วยกัน

เริ่มจาก ราคาซึ่งยังนับว่าแพงมาก โดยเฉพาะเครื่ิองพิมพ์สามมิติคุณภาพสูงสำหรับใช้ในงานอุตสาหกรรม ส่วนเครื่องพิมพ์ที่สามารถใช้ตามบ้านได้นั้นก็ยังได้งานที่ค่อนข้างดิบ ทำงานช้า รองรับวัตถุดิบได้้น้อย และอาจยังไม่สามารถสร้างวัตถุที่มีความซับซ้อนพอจะสามารถนำมาใช้งานอะไรจริงจงั แต่ข้อจำกัดดังกล่าวก็อาจถูกทำลายลงได้ เช่นราคาขายที่มีแนวโน้มถูกลงเรื่อยๆ เนื่องจากเริ่มเป็นธุรกิจที่มีผู้คนให้ความสนใจ เกิดผู้เล่นรายใหม่มากมาย และการที่โครงการเครื่องพิมพ์สามมิติหลายรายถูกปล่อยพัฒนาอย่างเสรีก็ทำให้เกิดชุมชุนผู้ใช้เพิ่มขึ้น ส่งผลดีให้เคยไอเดียและแนวคิดใหม่ที่สามารถนำไปต่อยอดของเดิม

หากเราสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดตรงนี้ไปได้ อนาคตของ 3D Printing ก็นับว่าสดใส ลองคิดดูว่าจะดีแค่ไหนหากว่าผู้ผลิตสามารถลดต้นทุนการผลิตชิ้นส่วนประกอบต่างๆ ลงไปได้ด้วยการพิมพ์ออกมาใช้งานเองโดยไม่ต้องว่าจ้างโรงงานจากต่างแดน รวมทั้งช่วยลดความเสี่ยงสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่เพิ่งเริ่มกิจการ สามารถลองผิดลองถูกผลิตแบบสิ่งของตามที่ลูกค้าสั่งได้ เมื่อทุกอย่างลงตัวก็ค่อยเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นจำนวนมากแบบดั้งเดิมต่อไป ส่วนผู้บริโภคเองต่อไปก็อาจไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเพื่อซื้อของใช้เล็กๆ น้อยๆ สามารถซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ชิ้นส่วนต่างๆ ได้เอง เพียงแค่ดาวน์โหลดพิมพ์เขียวลงเครื่อง แล้วก็ “พิมพ์” ออกมา

ดังนั้นคำว่า “ปฏิวัติ” อาจอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

 

บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร e-commerce ฉบับที่ 161 ประจำเดือนพฤษภาคม 2555

อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กับการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติในการสร้างชิ้นงานต้นแบบ

ในปัจจุบันเทคโนโลยีของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ได้มีส่วนสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมบ้านเราหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นงานต้นแบบ หรือ การใช้ Prototype เพราะในสมัยก่อน การที่เราจะขึ้นชิ้นงานต้นแบบได้นั้น ต้องร่างบนกระดาษหรือบนคอมพิวเตอร์ อีกทั้งยังไม่สามารถจับต้องชิ้นงานได้ แต่ใน ณ ปัจจุบันเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ได้เข้ามาช่วยให้การสร้างชิ้นงานนั้น ทำได้ง่ายขึ้นและยังสามารถทำให้ผู้ออกแบบสามารถตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขแบบให้สมบูรณ์ ก่อนส่งต่อไปยังกระบวนการผลิต เพื่อผลิตขึ้นเป็นชิ้นงานจริง

ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ หลายบริษัทชั้นนำของโลก ได้เริ่มหันมาใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ต้นแบบ อาทิ เช่น กลุ่มบริษัท Unilever ที่นำเทคโนโลยี 3 มิติมาใช้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ต้นแบบ ซึ่งนอกจากจะลดระยะเวลาการผลิตได้ถึงร้อยละ 40 แล้ว ยังสามารถช่วยให้บริษัทฯ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้รวดเร็วยิ่งชึ้น

ผู้เชี่ยวชาญได้ อธิบายถึงประโยชน์ของการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในการทำชิ้นงานต้นแบบว่าช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย โดยต่างจากเมื่อก่อนเวลาจะสร้างงานต้นแบบต้องจ้างบริษัทที่รับฉีดพลาสติกเพื่อทำการขึ้นรูปชิ้นงานแต่ตอนนี้สามารถใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติสร้างงานต้นแบบขึ้นได้เองและสามารถหาจุดบกพร่องของชิ้นงานเพื่อแก้ไขงานได้ตามต้องการ

เทคโนโลยี 3 มิติ นอกจากจะช่วยให้ผู้ผลิต สามารถนําผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการผลิต เพราะเพียงแค่ออกแบบผลิตภัณฑ์ในรูปของไฟล์ 3D เสร็จก็สามารถส่งพิมพ์ หรือสั่งพิมพ์งานเป็นต้นแบบได้เลย จากเดิมที่กว่าจะได้เห็นชิ้นงานจริงต้องผ่านขั้นตอน การออกแบบและสร้างแม่พิมพ์ เพื่อเป็นแบบหล่อในโรงงานผลิต ก่อนจะปรับแก้ไขจนได้แม่พิมพ์สมบูรณ์  ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นเดือนเพราะชิ้นงานที่ผลิตได้อาจไม่ตรงตามความต้องการของผู้ออกแบบ

จนถึงตอนนี้ในประเทศไทย ได้มีหลายๆ บริษัทฯ เริ่มนำเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติเข้ามาใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะตัวเครื่องสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นสร้างชิ้นงานต้นแบบ,สร้างpartชิ้นส่วนต่างๆที่เกิดการชำรุดขึ้นมาใหม่ เป็นต้น.

3D Printer ทำอะไรได้บ้าง

เอ….. 3D Printer ทำอะไรได้บ้างน๊าา..
🐰 น้องต่ายมีคำตอบมาฝากค่ะ_____________
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เรามีบริการประเมินราคาให้ฟรีค่ะ
02-744-9874-5

#RabbitInfographic #RabbitPrototype #3dprinting#3dprinter

3dprinter

 

APPLICAD’S SOLIDWORKS INNOVATION DAY 2017

ห้ามพลาด ‼️
สำหรับงานประจำปีของผู้ใช้ SOLIDWORKS ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

งานนี้จะได้พบกับ
การแลกเปลี่ยนความรู้ อัพเดตเทคโนโลยีใหม่ๆ
ทดลองเล่น ไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านงานออกแบบ
สัมนาเฉพาะทางเพื่อยกระดับงานด้านออกแบบ
วิทยากรรับเชิญคนดัง มาให้ความรู้
กิจกรรมสนุกๆ ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
________________________________________

สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานหน้าเว็บ ตามลิงค์ด้านล่าง
งานนี้ฟรี‼️ ไม่มีค่าใช้จ่าย

🐰 น้องต่ายแอบกระซิบ ทาง Rabbit Prototype ก็จะได้ไปด้วย
แล้วมาพบกันนะคะ ✌️🏻

ลงทะเบียน คลิก>>

swid2017

3D Printed Selfies

เมื่อการ เซฟฟี่แบบธรรมดามันเอ้าท์ไปแล้ว….

ต้องนี่เลย 3D Printed Selfies 📷
ไม่ใช่แค่เห็นหรือดู แต่สัมผัสได้ด้วยนะ
_______________________________________
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
02-744-9874-5
service@rabbitprototype.com
หรือ Inbox เข้ามาคุยกัน น้องต่าย 🐰 ประเมินราคาให้ฟรีค่ะ

มาทำไอเดียของคุณ ให้ออกมาโลดเล่นกันเถอะ
#Rabbit3DPrinting#3dprinting#3dprinter

3d-printed-selfies 3d-printed-selfies-02 3d-printed-selfies-03

ชวนมาดู Product Design ของ Mr.Matthijs Kok

วันนี้ 🐰 ชวนมาดู Product Design ของ Mr.Matthijs Kok มันคือที่ตั้งโทรศัพท์มือถือ พร้อมเป็นลำโพงไปในตัว ดีไซน์ได้สวยมากๆ เหมือนวัสดุไม้จริงๆ เลยละ

แอบบอกดังๆ ว่าผลิตด้วย นวัตกรรมใหม่ 3D Printing
สนใจเข้าไปชม Product ตัวนี้ได้ที่ www.matthijskok.nl
_______________________________________

หรือ…หากคุณมีไอเดีย และอยากจะทำให้มันเป็นจริงขึ้นมา
ติดต่อหาน้องกระต่ายได้เลยนะคะ
02-744-9874-5
#Rabbit3DPrinting #3dprinting #3dprinter

product-design product-design-04 product-design-03 product-design-02

Opel ปลี่ยนมาใช้ Jig assambly ด้วย 3D Printing แล้ว

Case study : Tooling, Jig & Fixture

Opel บริษัทรถยนต์ระดับโลก เปลี่ยนมาใช้ Jig assembly ด้วย 3D printer แล้ว!!

สิ่งที่คุณจะได้รับจากการใช้ Jig จาก 3D printer นอกเหนือจากความรวดเร็วในการผลิต เพียง 1-2 วันแล้ว ยังจะเป็นสะดวกสบายต่อการใช้งานด้วย เช่น ความเบา, ความรวดเร็ว , ความปลอดภัย ทั้งยังให้อิสระในการออกแบบ อย่างไม่มีขีดจำกัด!

สนใจติดต่อ Rabbit Prototype โทร. 02-744-9874-5

14469550_1146593385407761_6641966940158763761_n

งานออกแบบจาก SCG ตัวนี้ใช้วัสดุ ABS

ปริ้นท์ชิ้นงานออกแบบของคุณออกมาเพื่อเช็ค Design ได้ด้วยตาของคุณเองวันนี้ด้วย professional 3D Printing!!

งานออกแบบจาก SCG ตัวนี้ใช้วัสดุ ABS และใช้เวลาในการผลิต 1 อาทิตย์

ด้วยขั้นตอนง่ายๆเพียงใส่ไฟล์งาน 3D CAD มาให้เราประเมินราคาและสั่งผลิตได้เลยโดยเรามีทีม Engineer ที่สามารถช่วยออกแบบและให้คำปรีกษา สำหรับลูกค้าทุกท่านครับ

สนใจติดต่อ Rabbit Prototype 02-744-9874-5
#iammaker#3Dprinter#3Dprinting

14316833_1133960063337760_1367464507931493258_n

Polycast โดย Design Catalyst , SCG
Material : ABS
production time : 1 Week (including painting)

Saxophone ปริ้นท์จาก 3D Printer

Case Study วันนี้!!

Saxophone ปริ้นท์จาก 3D Printer ครับ สามารถนำมาเป่าได้ใช้งานได้จริง เวลาผลิต 1-2 สัปดาห์ , วัสดุ ABS

Production time : 1 week
Material : ABS
สามารถใส่กับลิ้นเพื่อเป่าใช้งานจริงได้
Credit : Vibrato

สนใจติดต่อ แรบบิท โปรโตไทป์ ได้เลยครับบ 02-744-9874-5

saxophone-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-3d-printer