Blog

Ford จำหน่ายคอลเลคชั่นไฟล์โมเดลรถสำหรับทำ 3D Printing ที่บ้าน

ford-printable-3dmodels

 

นี่คือโอกาสสำคัญที่คุณจะได้เก็บโมเดลรถต่างประเทศไว้เป็นคอลเลคชั่นสะสมได้ แถมยังสามารถแต่งแต้มสีสันกับตัวถังได้ตามต้องการ เพราะ Ford ได้เปิดจำหน่ายไฟล์โมเดลรถยนต์รุ่นต่างๆ ให้คุณได้ดาวน์โหลดและนำไปพิมพ์บนเครื่องพิมพ์ 3D printing ที่สำคัญสามารถใช้วัสดุอะไรก็ได้ในการพิมพ์ อาทิพลาสติก PLA, ABS ไปจนถึงโลหะได้ ตราบใดที่คุณมีเครื่องพิมพ์ชนิดนั้นๆ

 

ford-printable-3dmodels-02

Ford Shelby GT350R

 

ford-printable-3dmodels-03

Ford Focus ST

 

ทางฟอร์ด ได้เผยราคาไฟล์โมเดลรถยนต์แล้ว อยู่ที่ 4.99 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 168 บาทต่อ 1 คัน(ไฟล์) โดยไฟล์รถยนต์จากฟอร์ดนั้นก็มีให้เลือกหลายรุ่นทีเดียว อาทิ Fiesta ST, Focus ST, Shelby GT350R, F-150 Raptor และ All-New Ford GT แถมอาจได้รุ่นรถเพิ่มอีกในอนาคต หากได้ผลตอบรับที่ดี

 

ford-printable-3dmodels-04

Ford F-150 Raptor

 

แต่ถ้าที่บ้านไม่มีเครื่องพิมพ์ ทาง Ford และ TurboSquid บริษัทผู้ให้บริการออกแบบและพิมพ์งาน 3 มิติ ร่วมกันให้บริการรับพิมพ์โมเดลรถจากฟอร์ด พร้อมบริการส่งถึงที่บ้านให้เลย โดยขนาดที่จะได้รับในเวลานี้คือสเกล 1/32 สำหรับค่าบริการก็จัดไป อยู่ที่ 39 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 1,300 บาทโดยประมาณ

 

ford-printable-3dmodels-05

TurboSquid บริการรับพิมพ์โมเดลรถ 3 มิติ จากฟอร์ด

 

Mr. Mark Bentley ผู้จัดการลิขสิทธ์ของฟอร์ด มอเตอร์ ได้กล่าวว่า “ปัจจุบันนี้ การพิมพ์ 3 มิติที่บ้านมีการเติบโตที่สูงมากขึ้น การที่ฟอร์ดได้จำหน่ายโมเดลรถผ่านไฟล์ 3D ทำให้ลูกค้าของเรามีโอกาสที่จะได้สัมผัสรถยนต์ฟอร์ดรุ่น 3 มิติพร้อมตกแต่งเป็นแบบของตัวเอง” เบนท์ลีย์กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ทางบริษัทฟอร์ดได้ดำเนินการใช้งานระบบการพิมพ์ 3D สำหรับงานออกแบบชิ้นส่วนรถตลอดทุกวัน เพื่อให้ได้ชิ้นส่วนต้นแบบอย่างรวดเร็ว และตอนนี้เราต้องการที่จะแบ่งปันความสนุกและความคิดสร้างสรรค์กับคนรักแบรนด์ฟอร์ดของเรา”

 

Cr. worldcarfans.com , turbosquid.com , autocar.in.th

‘หัวใจ 3 มิติ’ จาก 3D Printer ช่วยให้แพทย์ศึกษาหัวใจจำลองขนาดเท่าของจริง

3D Printer หรือเครื่องพิมพ์แบบสามมิติ กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ไม่ว่าจะทางธุรกิจ เทคโนโลยีเพื่อความบันเทิง หรือทางการแพทย์ ล่าสุดแพทย์ที่ Children’s National Medical Center ในกรุงวอชิงตัน เปิดเผยผลงานใหม่จากเครื่องพิมพ์แบบสามมิติ นั่นคือหัวใจขนาดเท่าของจริง ซึ่งสามารถนำมาใช้ประกอบการผ่าตัดเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจได้

คณะแพทย์ที่ Children’s National Medical Center ระบุว่าไม่มีเทคโนโลยีแบบไหนที่จะให้ภาพหัวใจที่สมบูรณ์แบบ เท่ากับการใช้เครื่องพิมพ์สามมิติในการสร้างหัวใจจำลองออกมา โดยเครื่องพิมพ์ที่ว่านี้ตกราคาเครื่องละ 250,000 ดอลล่าร์ หรือราว 7,500,000 บาท ซึ่งทาง ร.พ นำมาใช้ตั้งแต่ 18 เดือนที่แล้ว

กระบวนการสร้างหัวใจสามมิตินี้เริ่มต้นด้วยการถ่ายภาพหัวใจผู้ป่วยแบบสามมิติ ด้วยระบบสร้างภาพจากการสั่นพ้องของคลื่นสนามแม่เหล็กหรือ MRI การทำ Computer Tomography หรือถ่ายภาพตัดขวางด้วยรังสีเอ็กซ์ และการทำอัลตร้าซาวน์ จากนั้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจจะนำภาพนั้นมาประกอบและเรียงต่อกัน ก่อนที่จะส่งเข้าเครื่องพิมพ์แบบสามมิติเพื่อพิมพ์ออกมาเป็นหัวใจจำลองขนาดเท่าของจริง

คุณ Alex Krieger ฝ่ายนวัตกรรมการแพทย์ที่ Children’s National Medical Center ในกรุงวอชิงตัน บอกว่าการพิมพ์หัวใจสามมิติออกมานี้ใช้เวลาประมาณ 12 ชม.หากเป็นหัวใจขนาดปกติ แต่ถ้าเป็นหัวใจขนาดเล็กแบบหัวใจเด็กอาจใช้เวลาน้อยกว่าคือราว 5-6 ชม. โดยเครื่องพิมพ์นี้จะพ่นพลาสติกออกมาเรียงต่อกันที่ละชั้น ตั้งแต่ส่วนล่างสุดจนถึงส่วนบนสุด และสามารถใช้วัสดุที่ต่างกัน 2 ชนิดใส่ลงในเครื่องพิมพ์ เพื่อให้ผลงานที่ออกมามีทั้งส่วนที่เป็นเนื้อเยื่ออ่อนนุ่มและแข็งแรง ให้ความรู้สึกเหมือนหัวใจจริงๆ

อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการเรียนรู้อีกมากเกี่ยวกับการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิตินี้ในทางการแพทย์ รวมทั้งการสร้างแบบจำลองของอวัยวะสำคัญส่วนอื่นๆนอกเหนือจากหัวใจ ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำสำเร็จในอีกไม่กี่ปี

ผู้เชี่ยวชาญตระหนักว่า ประโยชน์ของ 3D Printing

เครื่องพิมพ์แบบ 3D ซึ่งสามารถสนองความต้องการเฉพาะของผู้ใช้งาน กำลังขยายไปสู่การใช้งานของผู้ใช้ในบริษัทขนาดใหญ่ ห้องปฏิบัติการวิจัยในมหาวิทยาลัย และห้องปฏิบัติการในโรงรถที่บ้าน ทำให้ทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นสามารถออกแบบและสร้างเครื่องมือใหม่ๆ ออกมาได้ โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากหรือต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ

STNews_Dec13_2_f_improf

ลักษณะเสรีของเทคโนโลยีนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการวิทยาศาสตร์และการแพทย์ แต่จากการประชุมผู้เชี่ยวชาญ ขององค์การ AAAS ทีประชุมกล่าวว่า เทคโนโลยีดังกล่าวอาจมีประเด็นยุ่งยากทีควร ซึ่งประเด็นที่มีความกังวลและอาจเป็น ข้อกฏหมายก็คือ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับความสามารถของเครื่องพิมพ์ 3D ที่มีผลต่อการก่ออาชญากรรมและการก่อการร้าย แต่สังคมยังต้องต่อสู้กับปัญหาประเด็นอื่นๆ อาทิ ความปลอดภัยของผูบริโภคและทรัพยสินทางปญัญา อย่างไรก็ดี แนวทางการแก้ไขปัญหายังไม่มีทางออกที่ชัดเจน แต่ก็มีความเห็นว่า การแบนการพิมพ์ 3D ยังไม่ควรนำมาพิจารณา

 

STNews_Dec13_3_f_improf

กระแส “ทำเองก็ได้ง่ายจัง”

การพิมพ์แบบ 3D เป็นส่วนหนึ่งของชุดเทคโนโลยีที่เรียกว่า advanced additive manufacturing หรือ การผลิตทดแทน ซึ่งครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่ เซนเซอร์ การประมวลข้อมูล (data processing) จนถึง เทคนิคการผลิต ซึ่งรวมถึง laser cutting และ numerical control (CNC) machining ซึ่งเครื่องมือรวมถึงเครื่องมืออื่นๆ ดังเช่น เครื่องมือทำให้กลม หรือเครื่องมือบด ซึ่งควบคุมตัวเองด้วยระบบหุ่นยนต์ เครื่องพิมพ์แบบ 3D ทำงานเหมือนเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจท แต่การป้อนแผ่นวัสดุเข้าเครื่องต้องเป็น พลาสติก โลหะ หรือ เซลล์มีชีวิต มีการแนะนำเทคโนโลยีครั้งแรกในปี 1980 และหลังจากนั้นเครื่องพิมพ์ 3D จำนวนมหาศาลก็ออกสู่ตลาด และจะมีจำนวนมากในปีหน้า หลังจากที่สิทธิบัตรเริ่มแรกของมันได้หมดอายุไปแล้ว Michael Hopmeier ประธานบริษัท Unconventional Concepts, Inc. (Laser stereo lithography devices) กล่าวว่าราคาของเครื่องพิมพ์ที่ค่อนข้างทันสมัยและมีความสามารถอัดผ่านเกลียว (extrusion) ได้มีราคาประมาณ 2,500-$3,000
เหรียญสหรัฐฯ

Robert Schouwenburg ผู้ก่อตั้งบริษัท Shapeways ให้ข้อมูลว่า สำหรับผู้ที่ไม่มีเครื่องพิมพ์ก็สามารถออกแบบและสั่งพิมพ์จากบริษัทอืนๆ ดังเช่นบริษัทของเขาได้ ซึ่งปัจจุบัน บริษัท Shapeways ผลิตชิ้นงานได้ประมาณ 50,000 ชิ้นต่อเดือนเครื่องพิมพ์ 3D สามารถใช้งานได้โดยการตะกุยคุ้ยเขี่ยในงานด้านสิ่งแวดล้อม Rob Carlson หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และที่ปรึกษาของบริษัท Biodesic ซึ่งเป็นบริษัทที่เรียกตัวเองว่า garage biology (ห้องปฏิบัติการชีววิทยาโรงรถ) โดยในห้องปฏิบัติการของเขา นักชีววิทยาใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่จนถึงเทคโนโลยีการพิมพ์เพื่อห้องปฏิบัติการ ด้วยเครื่องพิมพ์เนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นที่บ้านทำให้เขาสามารถสร้างรูปแบบของแบคทีเรียและเซลล์ของลี้ยงลูกด้วยนม (mammalian cells) และสักวันหนึ่งอาจสร้างอวัยวะที่และสักวันหนึ่งอาจสร้างอวัยวะที่นำไปปลูกถ่ายได้ นวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการโรงรถและบริษัทตั้งใหม่ มีความหมายสำคัญต่อเศรฐกิจ เนื่องจากสามารถสร้างงานได้ร้อยเปอร์เซ็น

ข้อจำกัดไม่ใช่ความปลอดภัยเท่านั้น

ผู้เชี่ยวชาญในการประชุมกล่าวว่า ที่ผ่านมา มีข่าวการผลิตปืนพลาสติกที่ใช้เครื่องพิมพ์ 3D และมีข้อมูลการสร้างปืนแสดงออนไลน์ และทำให้ผู้มีอำนาจและรัฐต่างๆ ต้องออกกฎหมายห้ามการผลิตปืนด้วยเครื่องพิมพ์ 3D ถึงแม้ว่า การยกเลิกให้ผลิตวัตถุที่พิมพ์จาก 3D จะไร้ผล และยังมีการผลักดันใต้ดินในการผลิต เครื่องพิมพ์แบบ 3D เพื่อความก้าวหน้าทางการแพทย์  Melba Kurman นักวิเคราะห์เทคโนโลยีและผู้เขียนหนังสือชื่อ Fabricated: The New World of 3D Printing กล่าวว่า การพิมพ์แบบ 3D ไม่เป็นเพียงแค่เครื่องมือ หากเป็นความสัมพัธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนเทคโนโลยีที่สามารถเสริมสร้างความสามารถใหม่ด้านต่างๆ

STNews_Dec13_4_f_improf

Schouwenburg กล่าวเสริมว่า การพิมพ์แบบ 3D ได้เผยแพร่ไปทั่วสหรัฐฯแล้ว รวมถึงในทวีปยุโรปและในประเภทจีน หากจะพยายามผลักอะไรออกห่าง มันก็ยิ่งทะลักไปออกอีกทาง อาทิ การก๊อปปี้เพลงเป็นต้น

Carlson กล่าวว่า ยังไม่มีวิธีการที่แน่ชัดในการควบคุมเทคโนโลยีเช่นนี้ หากจำกัดการเข้าถึงในสิ่งที่ยังไม่มีการควบคุมที่แน่นอน สิ่งที่จะเกิดคือ ตลาดมืดและการใช้งานใต้ดิน ดังนั้น ความมั่นคงปลอดภัยไม่ใช่แค่การใช้กฏหมายบังคับเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเสนอให้ห้ามการผลิตปืนด้วยเครื่องพิมพ์แบบ 3D ในทางกฏหมาย นโยบายที่ออกมาเหมือนกับนโยบายภายใต้ความวิตกกังวลซึ่งจะไปขัดขวางการเปิดเผยเพื่อการเปิดกว่างให้ปรับปรุงทางเทคโนโลยี Carlson ได้ยกตัวอย่างว่าเขาได้ไปเยี่ยมห้องปฏิบัติการชีววิทยาโรงรถแห่งหนึ่งในแคลิฟฟอร์เนีย ที่ทำการวิจัยที่เป็นความลับ เพื่อเลี่ยงการถูกคุกคามทางกฏหมาย แม้ว่าการวิจัยดังกล่าวจะถูกกฏหมายก็ตาม

การสร้างกระดูกเทียมโดยใช้ 3D Printer ของจีน

bone-printing-project-at-southern-medical-university-1

ในปัจจุบันมีการพูดถึงเทคโนโลยี 3D printing ที่มีส่วนช่วยในการปฏิวัติอุตสาหกรรมอย่างมากมาย แต่เราก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการนำ 3D printing มาใช้ในการพัฒนาวงการแพทย์ก็น่าตื่นตาตื่นใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ล่าสุดทีมจาก Southern Medical University นำโดยประธาน Huang Wenhua ก็ได้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาการพิมพ์ “กระดูก” โดยมีผงกระดูกเป็นส่วนประกอบ(หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการนำวัสดุโลหะเข้ามาเป็นส่วนประกอบ) และกำลังเข้าสู่ขั้นตอนของการทดสอบกับสัตว์แล้ว

bone-printing-project-at-southern-medical-university-5

ในการพิมพ์กระดูกเทียมชนิดที่ว่านี้ เหล่านักวิทยาศาสตร์จะทำการฉีดผงกระดูกขนาดเล็ก (ประมาน 0.1 mm) ลงไปทีละชั้นๆ ซึ่งกระบวนการนี้จะสลับกับการใช้กาวเพื่อประสานผงกระดูกแต่ละชั้นเข้าด้วยกันซึ่งกินเวลานานมากๆ แต่ความแตกต่างระหว่างกระดูกเทียมที่พิมพ์ขึ้นกับกระดูกจริงๆ นั้นยังมีความแตกต่างกันอย่างมากในเรื่องของความแข็งแรง ซึ่งถ้าหากต้องการพิมพ์กระดูกที่มีชิ้นส่วนขนาดใหญ่ ก็จะทำให้มวลในกระดูกนั้นมีความเปราะบางขึ้นและไม่สามารถนำมาใช้งานได้ โดยหลังจากนี้เหล่านักวิจัยจะทำการพัฒนาเพื่อหาข้อแตกต่างระหว่างกระดูกเทียมจากการพิมพ์ 3 มิติและกระดูกจริงของสัตว์ ซึ่งจะนำไปสู่ขั้นตอนการปลูกถ่ายกระดูกเทียมกับสิ่งมีชีวิตได้จริงในอีก 5-6 ปีข้างหน้า โดยหวังว่าในอนาคตการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับผู้ป่วยหลายๆ คนอีกด้วย

foot

3D printer ปฎิวัติวงการกังหันลมอีกครั้ง

ถ้าพูดถึง printer ทุกคนจะคิดถึง แค่การพิมพ์ ตัวพิวพ์ตัวอักษรลงบนกระดาษเท่านั้น  แต่วันนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปสำหรับ printer เพราะมันคือ 3D printer กำลังจะปฎิวัติวงการ  การออกแบบ และ การทำ Model หรือชิ้นส่วน เพื่อนำไปทำเป็น Prototype , Production  หรือ แม้แต่อะไหล่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ เสียหายไปแล้ว วัสดุต่างๆ ที่นำมาขึ้นรูป ด้วย 3d printer ได้นั้น  หลักๆ ก็คือ พลาสติกจำพวก PLA , ABS , WOOD  และยังมีอื่นๆอีก

การพิมพ์ 3D  ที่ซับซ้อนออกมาได้อย่างเยี่ยมยอดจนเราไม่สามารถอธิบายความสามารถอันหลากหลายของเจ้าตัว 3D printer  จึงขอนำภาพมาเพื่อบรรยายแทน

mojo-3d-printer

3D printer  ขนาด Desktop

 

3d-printer-02

3d-printer-03

3d-printer-04

กังหันลมผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก ทำด้วย 3D printer

3d-printer-05

ใบกังหันลมที่ทำด้วย 3D printer

 

การออกแบบ ชิ้นส่วน เครื่องจักรกล

 

3d-printer-07

Model  งานออกแบบ ลวดลาย

 

3d-printer-08

3d-printer-09

Model ในงาน สถาปนิก

 

Rigid-Blue-Engine-Model

Model เครื่องขึ้นรูปด้วย 3D Printer

 

airbike-03092011

จักรยานที่ทำด้วย 3D print

 

3d_printed_plane

ตัวอย่าง model  เครื่องบิน ที่ทำด้วย Printer 3D

james-bond-austin-partin-3d-print

งานออกแบบรถยนต์

3d-printer-10

งานอุตสาหกรรมการออกแบบ

Family_first_scan

วงการศิลปะ

เทคโนโลยี 3D Printing ในวงการต่างๆ ของโลก

เทคโนโลยีถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องทุกวัน กระแส 3D Printing กำลังมาและตอบโจทย์ในแทบทุกวงการ ตั้งแต่กลุ่มอาหาร การแพทย์และทันตกรรม วงการแฟชั่น อุตสาหกรรมการออกแบบ อุตสาหกรรมยานยนต์ การบินและอวกาศ ไปจนถึงวงการก่อสร้างและงานสถาปัตยกรรม ซึ่งวัสดุก็มีให้เลือกใช้หลากหลาย ตั้งแต่พลาสติก โลหะ เซรามิก แก้ว ยาง เป็นต้น

วงการอาหาร
นอกจากสามารถพิมพ์อาหารให้เป็นลวดลายตามใจ เช่น แพนเค้กรูปสัตว์ ยังสามารถขึ้นรูปเป็นสามมิติได้เช่นกัน เช่น ช็อกโกแลตรูปทรงดอกกุหลาบ นอกจากนี้ยังพิมพ์อาหารเพื่อสุขภาพที่สามารถปลูกและกินได้ในชุดเดียวโดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ

วงการแพทย์และทันตกรรม
เทคโนโลยีการพิมพ์แบบสามมิติในการแพทย์และทันตกรรม มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาและพัฒนาชีวิตมนุษย์เป็นอย่างมาก เพราะสามารถเชื่อมโยงกับการรักษาในหลายๆ ด้าน เช่น โครงร่างเพื่อการปลูกถ่ายอวัยวะของผู้ป่วย โครงร่างใบหูแทนกระดูกอ่อนเพื่อให้ร่างกายสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาห่อหุ้มเป็นใบหู ชิ้นส่วนกระโหลก ฟันเทียม ขาเทียม แขนเทียม ไปจนถึงการสร้างไตเทียมและหลอดเลือดเทียม

Experience-เทคโนโลยี-3D-Printing-วงการต่างๆ-ของโลก-แฟชั่น

แฟชั่นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับที่ขึ้นรูปจาก 3D Printing
ขอบคุณภาพ: www.applicadthai.com

Experience-เทคโนโลยี-3D-Printing-วงการต่างๆ-ของโลก-Trek-อุตสาหกรรม

การออกแบบจักรยาน Trek พร้อมอุปกรณ์เสริม
ขอบคุณภาพ : www.siam3dprinter.com

การบินและอวกาศ
นอกจากจะผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องบินแล้ว ยังมีการผลิตชิ้นส่วนของจรวดบนอวกาศ เพราะ 3D Printer สามารถผลิตเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่มีความซับซ้อนและมีน้ำหนักเบา ช่วยย่นระยะเวลาและลดต้นทุนได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างจรวด การซ่อมแซมหรือสร้างชิ้นส่วนอะไหล่บางชิ้นที่บกพร่องมาทดแทนขณะเกิดเหตุขัดข้องขณะอยู่ในอวกาศได้ทันการณ์

วงการสถาปัตยกรรม (Architecture)
เป็นที่น่าจับตามองของวงการสถาปัตยกรรมกับการพิมพ์แบบสามมิติเป็นอย่างมาก เนื่องจากในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่ที่แค่โมเดลจำลองให้เห็นแนวคิดการออกแบบของสถาปนิกเพื่อให้เราเข้าใจภาพรวมและสเปซภายในบ้าน งานคอนโด หรือโครงการต่างๆ อย่างชัดเจนก่อนจะสร้างเสร็จสมบูรณ์เท่านั้น แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวไกลไปยังชิ้นส่วนและองค์ประกอบต่างๆ ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรูปส่วนประดับตกแต่งเช่นบัวเชิงผนัง งาน Façade หรือ Skin ของอาคาร และที่เป็นไปแล้วคืองานสร้างบ้านทั้งหลังที่สามารถอยู่อาศัยได้จริงจากหุ่นยนต์ภายในเวลาเพียงไม่ถึง 1 วัน

3D Printing จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยเปิดจินตนาการให้นักออกแบบในวงการต่างๆ และผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถสร้างสรรค์ผลงานอย่างไร้ขีดจำกัดมากขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะทางและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ยังเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยย่นระยะเวลาในกระบวนการผลิต รวมทั้งลดเศษขยะที่จะเหลือทิ้งจากการต้องผลิตจำนวนมากชิ้น จนน่าจับตามองว่า 3D Printing จะเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยทำให้สังคมและโลกพัฒนาไปในทิศทางใด

02-SCG-Experience-เทคโนโลยี-3D-Printing-วงการต่างๆ-ของโลก-การแพทย์

แขนวิเศษ (Magic Arms) ของหนูน้อยเอ็มม่า ลาแวล ผู้ซึ่งป่วยเป็นโรค AMC (Arthrogryposis Multiplex Congenital) แต่กำเนิด
ขอบคุณภาพ : www.applicadthai.com

การออกแบบแฟชั่นและเครื่องประดับ
3D Printing ช่วยให้การออกแบบแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ เป็นไปได้ดังใจ สามารถเพิ่มลูกเล่นเฉพาะตัวได้อย่างแตกต่าง ตัวอย่างเช่น ชุดชั้นในด้วยการพิมพ์จากไนลอนที่สามารถไล่ระดับตามรูปร่างโค้งเว้าของสรีระ ที่มีคุณสมบัติเหนียวและกันน้ำ ชุดราตรีที่ผลิตจาก 3D Printing ทั้งชุด นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับที่ออกแบบและสั่งพิมพ์ได้ทันใจ รวมถึงกระเป๋าและรองเท้าที่มีให้เห็นกันมากในปัจจุบัน

อุตสาหกรรมการออกแบบ
เทคโนโลยีนี้มีอิทธิพลต่อนักออกแบบเป็นอย่างมากในแง่ของการขึ้นโมเดลต้นแบบ เพื่อให้ลูกค้ามองเห็น ทดลองหยิบจับ รวมถึงเข้าใจวิธีการใช้งานได้ง่ายขึ้นกว่าการดูภาพสามมิติในกระดาษ การทำโมเดล มีทั้งวิธีที่นักออกแบบเข้าสตูดิโอเพื่อทำแบบเอง และแบบที่เรียกว่า Rapid Prototyping ซึ่งคือกระบวนการทำต้นแบบผ่านโปรแกรม 3D ซึ่งสามารถขึ้นชิ้นงานได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ จึงมีบทบาทต่อวงการออกแบบเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ และสามารถปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ก่อนส่งไปยังกระบวนการผลิตจริงต่อไป เช่น มือถือ เป็นโมเดลให้ลองหยิบจับดูว่าถนัดเหมาะมือเหมาะกับการใช้งานหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์นาฬิกา แว่นตา เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงจักรยานและอุปกรณ์เสริมต่างๆ จาก 3D Printing ที่สามารถใช้งานได้จริงแล้ว

อุตสาหกรรมยานยนต์
วงการอุตสาหกรรมยานยนต์กับเทคโนโลยีนี้ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ผลิตชิ้นงานต้นแบบที่รวดเร็ว มีรายละเอียดชัดเจน เพื่อช่วยในการประเมินและทดสอบชิ้นส่วนต่างๆ ของรถยนต์ก่อนการผลิตจริง ปัจจุบันมีรถยนต์ที่ถูกออกแบบจากโปรแกรมสามมิติและผลิตขึ้นจาก 3D Printing ได้ทุกชิ้นส่วนทั้งคัน คือ Urbee Car รถยนต์คันแรกที่สร้างจากเทคโนโลยีการพิมพ์แบบสามมิติที่สามารถวิ่งบนถนนได้จริง

Experience-เทคโนโลยี-3D-Printing-วงการต่างๆ-ของโลก-urbee-car

Urbee Car รถยนต์คันแรกจากเทคโนโลยี 3D Printing ที่สามารถวิ่งบนถนนได้จริง
ขอบคุณภาพ : www.geeky-gadgets.com

Experience-เทคโนโลยี-3D-Printing-วงการต่างๆ-ของโลก-Space-อวกาศ

ภาพการทดสอบ “Made in Space” 3D Printer ของ NASA ในเครื่องบินจำลองสภาพไร้แรงดึงดูด เพื่อลองผลิตชิ้นส่วนของจรวดบนอวกาศ
ขอบคุณภาพ : www.applicadthai.com

07-SCG-Experience-เทคโนโลยี-3D-Printing-วงการต่างๆ-ของโลก-สถาปัตยกรรม

โมเดลจำลองเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจงานออกแบบของสถาปนิก
ขอบคุณภาพ : www.sculpteo.com

08-SCG-Experience-เทคโนโลยี-3D-Printing-วงการต่างๆ-ของโลก-Bloom

“Bloom” สถาปัตยกรรมที่ใช้เทคโนโลยีจาก 3D Printing
ขอบคุณภาพ : Matthew Millman Photography

บ้านที่สร้างจาก 3D Printer ภายในเวลาไม่ถึงวัน
ขอบคุณภาพ : www.gizmag.com

รู้จักกับ Big Delta เครื่องพิมพ์สามมิติขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ใครที่ติดตามวงการเครื่องพิมพ์สามมิติมาอย่างต่อเนื่อง จะเริ่มได้ข่าวของการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ก่อสร้างที่อยู่อาศัยบ่อยขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่ากระบวนการสร้างจะยังเป็นการพิมพ์ชิ้นส่วนไปประกอบกันภายหลัง เนื่องจากเครื่องพิมพ์ยังไม่ใหญ่พอจะพิมพ์ชิ้นเดียวอยู่ได้ แต่ในอนาคตอาจจะเริ่มมีหวัง หลังจากมีทีมพัฒนาเครื่องพิมพ์สัญชาติอิตาลีมาโชว์เครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่สุดในโลกแล้ว

เครื่องพิมพ์ตัวนี้ใช้ชื่อว่า Big Delta ผลงานจากทีม World’s Advanced Saving Project (WASP) ตัวเครื่องเป็นโครงโลหะขนาดกว้าง 20 ฟุต สูง 40 ฟุต สามารถใช้ดินเหนียวในการพิมพ์ได้ โดยตัวเครื่องต้องการพลังงานเพียง 100 วัตต์ จึงเหมาะมากกับการนำไปสร้างที่พักชั่วคราวสำหรับช่วงเกิดภัยพิบัติ
ทีม WASP จะนำ Big Delta ไปโชว์ช่วงสุดสัปดาห์นี้ พร้อมกับแสดงการพิมพ์จริงให้ดู คงต้องมาติดตามกันต่อว่าเจ้าเครื่องพิมพ์ยักษ์ตัวนี้จะสามารถนำไปใช้งานกับโครงการใหญ่ๆ ได้หรือไม่ครับ
ที่มา – Digital Trends

แหล่งที่มา : https://www.blognone.com/node/72996

จะดีแค่ไหนถ้าเราสร้างของใช้ได้เอง ? 3D Printing

3D printing ในยุคของเทคโนโลยีได้ก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางนวัตกรรม ก่อเกิดนวัตกรรมใหม่ๆขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการและช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ 3d printing เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนรูปแบบของการพิมพ์ภาพเพียงมิติเดียวให้เป็นรูปแบบสามมิติที่สามารถสัมผัสได้จริง เครื่องพิมพ์3d เป็นนวัตกรรมมีมาแล้วนาน30ปี แต่ด้วยต้นทุนในการผลิตที่สูง การใช้เวลาในการสร้างที่นาน และพิมพ์ได้ในจำนวนที่จำกัด จึงทำให้ไม่เป็นที่นิยมและแพร่หลายในท้องตลาดทั่วไป ต่อมาได้มีการพัฒนาเครื่องพิมพ์ 3d มาจนถึงปัจจุบัน โดยมีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

Stereolithography (SLA) เป็นเครื่องพิมพ์รุ่นแรกที่ถูกสร้างขึ้นมารูปแบบวิธีการทำงาน มีการใช้แสงเลเซอร์ยิงเข้าไปที่ของเหลวประเภทliquid photopolymer (resin) เพื่อเปลี่ยนสถานะของเหลวให้เป็นของแข็งแต่ด้วยระยะเวลาการทำงานและต้นทุนที่สูงจึงไม่นิยมมากนัก

Fused Deposition Modeling (FDM) เป็นกระบวนการใช้ที่แพร่หลาย เป็นการใช้พลาสติกหรือโลหะที่เป็นแท่งพันมาในลักษณะของม้วนส่งผ่านหัวจ่ายเพื่อหลอมละลายแล้วฉีดออกมาทีละชั้นจนได้มาเป็นรูปทรง

3D jet printer systems ใช้วิธีการทำงานรูปแบบเดียวกับเครื่องพิมพ์ Inkjet แต่เป็นการพ่นพลาสติกสีต่างๆออกมาแทนการใช้หมึกเพื่อสร้างรูปแบบ

Selective Laser Sintering (SLS) ใช้วิธีการทำงานในรูปแบบที่เป็นรูปแบบของ Stereolithography (SLA) โดยการใช้เลเซอร์เผาผนึกวัตถุดิบ Thermoplastic, Nylon, Polyamide และ Polystyrene วัตถุดิบจะมีลักษณะผง วิธีการผนึกวัตถุดิบที่ละชั้นจนได้เป็นรูปแบบ

Digital Light Processing (DLP) ใช้วิธีการเดียวเดียวกับ Selective Laser Sintering (SLS) แต่แตกต่างกันตรงที่การใช้แสงในการผนึกโดยวิธีการนี้ใช้แสงแสงสีขาวเป็นแหล่งกำเนิดแสงจากไฟแอลอีดีแทนแสงเลเซอร์

aminated Object Manufacturing (LOM) ใช้วิธีการใช้วัสดุในกลุ่มของเทอร์โมพลาสติกแผ่นบางๆเหมือนกระดาษซ้อนทันกันทีละชั้น แล้วนำเข้าเครื่องตัดตัดด้วยเลเซอร์

ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้3D มีการพิมพ์วัสดุต่างๆได้มากกว่ารูปแบบเดิมที่ใช้เพียง พลาสติก เรซิ่น โลหะ โดยมีการพัฒนาให้ใช้ได้กับอาหาร เป็นต้น ในอนาคตแนวโน้มในการนำเครื่อง3D มาใช้กันมากขึ้นคนทั่วไปสามรถสร้างสิ่งของต่างๆได้จากคอมพิวเตอร์ที่บ้าน โดยการใช้กับ เครื่อง3d printing

3D Printing

3D Printing

3D Printing

3D Printing

การประยุกต์ใช้ 3D-printed เทคโนโลยีในการสร้าง core และ cavity

บริษัท Unilever สาขาในประเทศอิตาลี ประยุกต์ใช้เครื่อง 3D Printing (Stratasys’ PolyJet 3D printing technology) ในการสร้าง core และ cavity ของแม่พิมพ์เพื่อลด lead time หรือระยะเวลาในการสร้างแม่พิมพ์ เพื่อทำสินค้าต้นแบบ หรือ prototype โดยสามารถลด lead time หรือระยะเวลาลงไปได้ 40%

หลังจากประยุกต์ใช้ 3D-printed เทคโนโลยีในการสร้าง core และ cavity ของแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก บริษัท Unilever ที่อิตาลี สามารถผลิตสินค้าต้นแบบ หรือ prototype ที่ใช้วัสดุ หรือ material ที่เหมือนจริง (final end-use material) เช่น polypropylene (PP) เพื่อใช้ในการทดสอบ function การทำงาน และ การใช้งาน (functional และ consumer tests) ด้วยระยะเวลาที่สั่นลงมาก หรือ 40% เมื่อเทียบกับการผลิตด้วยขั้นตอนปกติ

leverage-3d-print-to-injection

Unilever (เจ้าแบรนด์หลายยี่ห้อ เช่น Surf, Comfort, Hellmann’s และ Domestos) ใช้ Stratasys Objet 500 Connex Multi-material 3D Production System ในการผลิตชิ้นส่วนของแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก เพื่อผลิตสินค้าในหมวดของ สินค้าใช้ในบ้าน และ เกี่ยวกับแผนกซักรีด ที่มีชิ้นส่วนประมาณ 50 ชิ้น เช่น ฝาขวด จุกยาง ฝาเกีลยว และอุปกรณ์ประเภทฝา จุก อื่นๆ รวมไปถึง กล่องใส่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในห้องน้ำ

วัสดุหรือ material ที่ทาง Unilever ใช้ในการผลิต core และ cavity ของแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก ด้วยวิธีการ 3D prints คือ ABS (สามารถทนต่อ แรงกระแทก ความร้อน รวมทั้ง สารเคมีได้ดี มีความเหนียว และความมันเงาสูง มีความทนต่อสภาวะบรรยากาศได้ดี) เพราะคุณสมบัติหลายอย่างของ ABS จึงเหมาะสำหรับใช้ผลิตชิ้นส่วนของแม่พิมพ์ และทำให้การฉีดพลาสติกนั้น สามารถฉีดที่อุณหภูมิและที่แรงดันสูงได้ เหมือนกับสภาวะในการฉีดงานจริง ทำให้ชิ้นงาน ยังคงมีคุณภาพที่สูง แต่สามารถลดระยะเวลา หรือ lead time และสามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้

นอกจากนี้ Unilever ยังผลิต thermoform tooling prototypes ด้วย FDM-based Fortus 360mc 3D Production System วัสดุหรือ material ที่ใช้ในการผลิตคือ ABS-M30 ด้วยวิธีนี้ทำให้ Unilever สามารถผลิตแม่พิมพ์ที่เหมือนจริง (realistic molds) ที่มีความแข็งแรง เพียงพอต่อการทดสอบ (functional testing) ซึ่งการทดสอบนี้ สำคัญต่อการผลิตแม่พิมพ์จริงๆ อย่างมาก

และนอกจากนี้ การที่สามารถผลิต thermoform tooling prototypes ยังสามารถช่วยในการ ลดระยะเวลา หรือ lead time ได้ประมาณ 35% และสามารถลดต้นทุนการผลิต ในส่วนของแรงงานได้เป็นอย่างมาก เทคโนโลยีนี้ช่วยในการเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพของการผลิต เพราะทำให้การออกแบบ และการแก้ไขนั้นง่าย และรวดเร็วขึ้น    ทำให้สามารถได้ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ ก่อนที่จะเริ่มผลิตในขบวนการผลิตต่อไป

ที่มา : Design Engineer Life

ที่มา : plasticstoday