Arada

7 เหตุผลว่าทำไหม กลุ่มโรงงานอุตสหกรรมจึงเปิดแขนรับเทคโนโลยี 3D printing กันช้าเหลือเกิน

1) It’s Not Applicable
สำหรับอุตสหกรรม ที่ผลิตของเดิมๆ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงแบบ และขบวนการผลิตที่ใช้อยู่ มีประสิทธิ์ภาพสูงอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องนำเทคโนโลยี่ใหม่ๆเข้ามาใช้ให้ยุ่งยาก

2) Thought Not Applicable
แต่บางครั้ง สิ่งที่คิดว่าไม่จำเป็น เกิดจากแนวคิดของทีมบริหาร ที่อาจจะยังมองไม่เห็นโอกาสที่เทคโนโลยี่จะนำประโยชน์มาให้แก่องค์กรได้ เช่นใครจะนึกว่า Drone จะกลายเป็นหนึ่งกลยุกต์ที่หลายบริษัทจะนำมาใช้ในการส่งของ 3D printer ก็เช่นกัน สามารถใช้หลากหลายรูปแบบ พลิกแพลงไปตามจินตนาการของผู้ใช้

3) Don’t Understand The Potential
และการที่มองไม่เห็นโอกาส ก็เกิดมาจากการยังไม่เข้าใจในตัวเทคโนโลยี่และทีมพัฒนายังคิดในกรอบ ยึดติดกับแนวคิดเดิมๆ เช่น อุตสหกรรมการบิน ต้องใช้เวลาหลายปี กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ว่า 3D printing สามารถนำความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงมาสู่การออกแบบเครื่องบิน เพราะ 3D printing สามารถผลิตชิ้นส่วนที่ไม่มีขบวนการผลิตอื่นๆทำได้ เมื่อทีมพัฒนาเปิดกว้างรับความคิดใหม่ๆ การออกแบบก็จะเริ่มก้าวกระโดดไปสู่บางสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนได้ เช่น เครื่อง jet engine ที่สามารถจับหลายๆชิ้นส่วนรวมกันเป็นชิ้นเดียว ลดน้ำหนัก เพิ่มประสิทธิ์ภาพโดยรวม เป็นอะไรที่ไม่เคยมีมาก่อน

4) Never Heard Of It
เอาจริงๆ คนส่วนมากยังไม่รู้ว่า 3D printer คืออะไร ถ้าให้ไปถาม ช่างกึงเหล็กตามห้องแถว หลายคนจะงงว่า มันคืออะไร และ เกี่ยวอะไรกับงานที่เค้าทำได้ หลายๆอาชีพงาน มักจะต้องทำอะไรซ้ำๆเดิมๆ จนไม่มีเวลาหรือความกระตื้อรื้อร้น ที่จะหาวิธีใหม่ๆมาพัฒนาขบวนการให้ดีขึ้น

5) Consumer Craze
ช่วงปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ ข่าวของ 3D printer มักจะไปแนวทางของตลาดบริโภคทั่วไป มากกว่าจะมองเป็นอุปกรณ์เครื่องจักรสำหรับอุตสหกรรม (ส่วนมากเครื่อง 3D printer ระดับอุตสหกรรม จะไม่ใช้คำ 3D printer แต่จะใช้ศัพย์ย่อเทคโนโลยี่ที่ใช้แทน เช่น SLM, PROJET, MULTIJET FUSION) ทำให้คนที่อยู่ในอุตสหกรรมมีความคิดที่ว่า เทคโนโลยี่มีไว้ใช้สำหรับในบ้านเท่านั้น

6) Cost To Change
แม้จะรู้ว่าเทคโนโลยี่ 3D printing นำประโยชน์มากมายมาให้แก่โรงงานได้ แต่หลายครั้ง ก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้ เพราะด้วย ต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงมาก เครื่อง 3D printer ระดับอุตสหกรรมมีราคา กันหลักล้านจนเป็นหลายสิบล้าน และ ยังต้องมีทีมผู้มีความรู้ด้าน CAD และ ต้องซื้อซอพแวร์อีกหลายแสน การดูแล วัสดุ และ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้เทคโนโลยี่นี้ ยังเข้าไม่ถึงสำหรับหลายอุตสหกรรม ที่มีขนาดไม่ใหญ่

7) Old Age
หลายโรงงาน ที่ติดต่อเข้ามาซื้อ 3D printer ผู้ที่ทำเรื่องจัดซื้อ มักจะเป็นเจนเนอร์ชั่นใหม่ของบริษัท เช่นลูกชายเจ้าของ หรือ นักเรียนที่เพิ่งจบและสามารถพูดโน้มน้าวหัวหน้าแผนก ว่าเทคโนโลยี่นี้จำเป็นต่อการทำงานอย่างไร ส่วนมากผู้ใหญ่จะแค่เข้ามาแวะดูว่ามันทำงานอย่างไร แต่ก็ปล่อยให้เด็กรุ่นใหม่ จัดการทุกอย่างด้วยตนเอง ดังนั้น ถ้าบริษัทหรือโรงงานไหน ไม่เปิดรับความคิดเห็นของเด็กรุ่นใหม่ ก็คงยากที่จะนำเทคโนโลยี่ใหม่ๆเข้าไปใช้งานได้

ที่มาบทความ : http://www.fabbaloo.com// 3D Printer Thailand

ทำความรู้จักกับ 3D Printing หรือ การพิมพ์ 3มิติ

3D Printing คืออะไร?

3D Printing คือการสร้างชิ้นงานออกมาในลักษณะที่จับต้องได้ ถ้าจะพูดให้เห็นภาพก็คือ

  • 3D Printer : ได้ขวดที่เป็นเหมือนขวดจริงๆ
  • 2D Printer : ได้ภาพขวดที่พิมพ์ลงบนกระดาษ

untitled-1-01

3D Printing ทำอะไรได้บ้าง?

  • สร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototyping & Product Design) เช่น ชิ้นส่วนอะไหล่, โมเดลจำลอง, เครื่องประดับ ฯลฯ
  • การศึกษา ( Education)
  • การแพทย์ และ ทันตกรรม (Medical & Dental) 3D Printing เหมาะกับอุตสาหกรรมการแพทย์อย่างมาก เนื่องจากร่างกายคนเรามีสัดส่วนและขนาดไม่เหมือนกัน นอกจากการใช้สร้าง Prototype สำหรับอุปกรณ์การแพทย์แล้ว 3D Printer ยังช่วยให้เราสามารถผลิตอุปกรณ์ที่มีขนาดและรูปร่างเฉพาะสำหรับแต่ละบุคคลได้ เช่นการทำครอบฟัน ฟันปลอม อุปกรณ์ช่วยฟัง
  • ยานยนต์ (Automotive) วงการยานยนต์เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีการใช้ 3D Printing ใช้ในการออกแบบทำ Prototype ชิ้นส่วนที่ใช้ในรถยนต์ หรือแม้กระทั่งใช้เป็นชิ้นส่วนที่ใช้งานจริง เช่นในรถแข่ง F1

ซึ่งนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในอีกหลายๆ อย่างเท่านั้น ที่ 3D Printing สามารถทำได้ ถ้าพูดว่า คุณอยากจะทำอะไร คงจะให้คำตอบได้ง่ายกว่า

 

 

วัสดุที่ใช้มีอะไรบ้าง?

ประเภทใหญ่ๆ ก็คือ พลาสติกแข็ง, โลหะ, ยาง, ปูน(ผง)

  • ABS
  • PC
  • PLA
  • GYPSUM (Powder)
  • PETG
  • POM งานประเภทโลหะนั้นไม่ได้รับความนิยม เนื่องจากราคาที่สูงมาก

หนูน้อยแต่งชุดผี Spirited Away ดังรับฮาโลวีน ขวัญใจชาวเน็ตคนใหม่

กลายเป็นเด็กน้อยผู้โด่งดังชั่วข้ามคืนไปซะแล้ว กับหนูน้อยชาวไต้หวันในชุดฮาโลวีน ที่ตอนนี้เชื่อว่าไม่ว่าหน้าฟีดของใครก็จะมีภาพของหนูน้อยคนนี้ในชุด “ผีไร้หน้า”(No face) เป็นหนึ่งในตัวละคร ชื่อดังจากอนิเมชั่นเรื่อง Spirited Away

The Academy of Motion Picture Arts and Sciences will expand its three-month celebration of anime with a screening of the 2002 Oscar¨-winning animated feature ÒSpirited AwayÓ on Friday, July 17, at 7:30 p.m., and ÒA Tribute to Animation Master Hayao MiyazakiÓ on Tuesday, July 28, at 7:30 p.m. Both events will take place at the AcademyÕs Samuel Goldwyn Theater and will include extended gallery hours for the AcademyÕs ongoing exhibition ÒANIME! High Art Ð Pop Culture.Ó Pictured here: SPIRITED AWAY, 2002.
ภาพอนิเมชั่นเรื่อง Spirited Away

ภาพชุดที่โด่งดังในโลกโซเชียล

แต่ด้วยความที่หนูน้อยแต่งตัวมาเหมือนต้นฉบับมากทั้งชุดสีดำและใบหน้าที่ถูกทาจนขาว ทำให้เพื่อนที่โรงเรียนเกิดกลัวจริงๆ
ร้องไห้โฮและไม่ยอมเข้าใกล้ แต่หนูน้อยคนนี้ก็ยังคงนิ่งเฉยราวกับกำลังรักษาคาแรคเตอร์ของผีตัวนี้อยู่
และหลังจากทราบว่ามีคนชื่นชมรูปของลูกอย่างมาก จึงกระหน่ำลงรูปให้พวกเราได้ดูกันอย่างจุใจ นอกจากนี้ ยังมีภาพน่ารักๆ รูปอื่นๆ ของเธอในเวลาที่ยังไม่ได้ทาหน้าขาว ก็เผยให้เห็นโฉมหน้าที่น่ารักตัวจริงอีกด้วย

เรียกได้ว่าทำให้ ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ก็อดไม่ได้ ที่อมยิ้มไปกับ การแต่งกายคอสเพลย์ น่ารักๆ
จากหนูน้อยชาวไต้หวันคนนี้ และแถมตัวจริง ก็ยังน่ารักไม่แพ้ตอนแต่งเป็นผีน้อยอีกด้วย

ขอบคุณรูปภาพประกอบ : Sanook.com

เทคโนโลยีการสร้างต้นแบบรวดเร็ว “ต้นแบบอวัยวะ”

‘การสร้างต้นแบบหรือแบบจำลองอวัยะนั้น อาศัยเทคโนโลยีที่เรียกว่า เทคโนโลยีการสร้างต้นแบบรวดเร็ว (Rapid Prototyping Technology) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในหลายแวดวง สำหรับบ้านเราจะใช้ในแวดวงอุตสาหรรมเป็นหลัก โดยเฉพาะ อุตสาหกรรม ยานยนต์ อุตสาหกรรมแม่พิมพ์ และอุตสาหกรรมรองเท้า ประเทศไทยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ จากประเทศเบลเยียม เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว โดยมีสถาบัน AIT เป็นแกนหลัก ซึ่งศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ได้มีโอกาส เข้าไปร่วมงานด้วยตั้งแต่ต้น

rapid-prototyping-3up-3b
เทคโนโลยีการสร้างต้นแบบรวดเร็วทางการแพทย์ ก็เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอดในครั้งนั้น ซึ่งหลังจากโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ ที่ AIT เสร็จสิ้น เอ็มเทค ได้สานต่อองค์ความรู้ด้านนี้ ด้วยเล็งเห็นว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ ต่อวงการแพทย์ของประเทศ ในด้านการพัฒนาเครื่องมือเครื่องใช้ทางการแพทย์ รวมทั้งการรักษาผู้ป่วย กระบวนการสร้างต้นแบบรวดเร็วทางการแพทย์ เริ่มต้นจากการป้อนข้อมูล อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของผู้ป่วย เพื่อสร้างภาพต้นแบบ 3 มิติขึ้นในคอมพิวเตอร์ โดย อวัยวะที่มีโค3d-printing-skullรงสร้างเป็นกระดูก จะได้ข้อมูลจากเครื่องถ่ายภาพทางคอมพิวเตอร์(Computer Tomography, CT) แต่หากเป็นเนื้อเยื่ออ่อน ก็จะได้จากเครื่องสร้างภาพ ด้วยสนามแม่เหล็ก (Magnetic Resonance Imaging, MRI) เมื่อสร้างภาพต้นแบบ 3 มิติขึ้นแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ในคอมพิวเตอร์ เพื่อแยกส่วนของอวัยวะ ที่สนใจออกจากภาพโดยรวม ขณะเดียวกัน ก็แก้ไขภาพของอวัยวะ ในบางบริเวณ เพื่อความถูกต้องของรูปทรง จากนั้นจะเก็บภาพในรูปแบบของไฟล์ STL เพื่อให้สอดคล้อง กับการทำงานของเครื่องสร้างต้นแบบรวดเร็ว

ระยะเวลาในการสร้างต้นแบบขึ้นอยู่กับความละเอียดของชิ้นงาน ความสูงของชิ้นงาน และเทคนิคที่ใช้ ซึ่งมีหลายเทคนิค ได้แก่ Stereolithography (SLA), Fused Deposition Modeling (FDM) และ 3D Printing

 

การใช้งานต้นแบบทางการแพทย์

การใช้งานต้นแบบทางการแพทย์ มีในงานด้านศัลยกรรมตกแต่ง ศัลยกรรมใบหน้า ศัลยกรรมช่องปาก ศัลยกรรมประสาท ออร์โธพีดิกส์ หรือทางด้านทันตกรรม ซึ่งต้นแบบทางการแพทย์ ที่ได้สามารถช่วยให้แพทย์ สัมผัสและศึกษาอวัยวะ ที่จะรักษาได้อย่างละเอียด ช่วยในการวิเคราะห์โรค และวางแผนการรักษาได้ อย่างถูกต้องแม่นยำมากขึ้น รวมถึงการทดลองผ่าตัดก่อนการผ่าตัดจริง เพื่อฝึกฝนให้เกิดความคล่องแคล่ว โดยเฉพาะในรายที่การผ่าตัดมีความซับซ้อน
ในกรณีที่ผู้ป่วยต้องใช้อุปกรณ์ฝังใน เช่น สกรู แผ่นดามกระดูกนั้น แพทย์สามารถ ใช้ต้นแบบทางการแพทย์ เพื่อออกแบบวัสดุฝังในได้ล่วงหน้าและอย่างถูกต้อง โดยสามารถทดลองจัดวางวัสดุฝัง ในบนต้นแบบทางการแพทย์ก่อนการผ่าตัดจริง ซึ่งหากไม่เหมาะสมก็สามารถปรับแก้ไขได้ จึงช่วยร่นระยะเวลาการผ่าตัดจริงลงได้ นอกจากนี้ต้นแบบทางการแพทย์ ยังเป็นประโยชน์ต่อการปรึกษา การรักษาของ คณะแพทย์ที่ผ่าตัด สำหรับผู้ป่วยและญาตินั้น ต้นแบบทางแพทย์ จะช่วยให้ผู้ป่วย หรือญาติ เข้าใจถึงลักษณะการผ่าตัดได้อย่างชัดเจน
19

จะเห็นได้ว่าประโยชน์ของต้นแบบนั้น มีต่อแพทย์และผู้ป่วยมีมากมาย นอกจากนี้ ยังสามารถเครื่องมือ ทำแม่พิมพ์สำหรับหล่อวัสดุการแพทย์ด้วย.

 

ขอบคุณบทความ : MTEC

สถาบันสุขภาพทุกแห่งในต่างประเทศได้ร่วมมือกันสร้างคลังข้อมูลออนไลน์ที่เกี่ยวกับ โมเดลหัวใจ จากเครื่อง 3D Printer

ในปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการพิมพ์ และ สแกน 3 มิติ ที่เกี่ยวข้องกันกับด้านสุขภาพกำลังจะกลายเป็นมาตราฐานมากขึ้น อีกทั้งยังได้ครอบคลุมไปถึงการผ่าตัดช่วยชีวิต ด้วยตัวช่วยจากการพิมพ์สามมิติ ที่พิมพ์แบบจำลองชิ้นส่วนอวัยวะในการผ่าตัด ซึ่งในบางเคสที่การผ่าตัดธรรมดาไม่สามารถทำได้ และ ในบางเคสก็ไม่เคยใช้การพิมพ์สามมิติ ร่วมกับการผ่าตัดมาก่อน แต่ขั้นตอนเหล่านี้ กำลังจะกลายเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้น เมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมการแพทย์ เริ่มต้นที่จะพูดคุยถึงมาตรฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้

heartmodel

3D model of a heart with neonatal pulmonary atresia VSD. [Image: Dr. Matthew Bramlet] 

ศูนย์ดูแลสุขภาพ OSF และ สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการทำ 3D สแกนและพิมพ์โมเดลสามมิติ  อีกทั้งยังร่วมกับ สมาคมโรคหัวใจอเมริกา (AHA) เพื่อสร้างห้องสมุดออนไลน์เกี่ยวกับโมเดลหัวใจสามมิติ ที่แพทย์ทั่วโลกจะสามารถส่งแบบจำลองของ หัวใจที่มีข้อบกพร่องแต่กำเนิด โดยตรงจากภาพสแกนของผู้ป่วย และตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญในการสร้างแบบจำลองหัวใจสามมิติ

heartses

 

และ เมื่อเร็วๆ นี้ ตัวแทนจาก AHA และ NIH ได้พบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในการสร้างแบบจำลอง 3 มิติจาก OSF และ มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์, วิทยาลัยแพทยศาสตร์ที่พีโอเรีย, มหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตันแพทย์ศาสตร์ และรัฐนิวเจอร์ซีย์โรงเรียนแพทย์สำหรับการอภิปรายโต๊ะกลมเกี่ยวกับ ความคิดริเริ่มในเรื่องนี้heart1

ดร.แบรมเล็ต และ สถาบัน NIH หวังว่า ห้องสมุดออนไลน์หัวใจ 3 มิติ แห่งนี้ นอกจากจะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาห้องสมุดออนไลน์ที่คล้ายๆกัน ในอวัยวะอื่นๆในร่างกายของมนุษย์ที่จะใช้แบบจำลอง 3 มิติ ขยายไปยังส่วนอื่นๆ เช่น การศัลยกรรมกระดูก และยังหวังว่าเทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่ง และ ถาวรของด้านการแพทย์…

 

ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ และ วงการแพทย์ ที่ในอนาคตเราอาจไม่ต้องรับความเสี่ยง หรือ ลดความเสี่ยงในการผ่าตัดลง ในการผ่าตัดเกี่ยวกับหัวใจ

 

ข้อมูล : www.3dprint.com
เรียบเรียงบทความ : meeCho

ความสำคัญของต้นแบบอาหารและบรรจุภัณฑ์กับอุตสาหกรรมอาหาร

ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้เครื่องพิมพ์สามมิติเริ่มมีราคาถูกลงและหลากหลายฟังค์ชั่น ซอฟต์แวร์จำพวกตระกูล CAD ที่ใช้ออกแบบงานสามมิติก็มีเยอะแยะมากมายหลายแบบ แถมยังมีเครื่องมือประมวลผลที่รวดเร็วและมีราคาถูกลง ทำให้วิธีการสร้างต้นแบบต่างๆออกมาได้อย่างรวดเร็วมาก ไม่เสียเวลารอ แถมยังมีอีกหลายวิธีที่จะสร้างออกมาไม่ว่าจะเป็นการใช้เลเซอร์เผา (SLS) เครื่องปั้นแบบ (SLA) เครื่องพิมพ์แบบสามมิติ (3DP) ที่เราจะพบได้บ่อยในอุตสาหกรรมมยานยนต์และอวกาศ เพราะนำไปใช้ผลิตเป็นแผงรับแสงอาทิตย์ Solar Cell เพื่อผลิตไฟฟ้าป้อนประชาชนได้มากถึง 1.3 พันล้านคนเลยทีเดียว

ภาพรวมของการสร้างต้นแบบอาหารกับวงการอุตสาหกรรมอาหารนั้น จะแบ่งออกไปได้เป็น 2 แบบใหญ่ๆโดยใช้ครื่องพิมพ์แบบสามมิติได้แก่

1 บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม

2 อาหารต้นแบบสำหรับการผลิตอาหาร

printing-3d-parts-benefits-3d-printing-packaging-industry-3
ขั้นตอนการสร้างต้นแบบของบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มนี้ แม้จะรวดเร็วแต่เมื่อเข้าสู่การผลิตอย่างเต็มรูปแบบแล้วจะมีความแตกต่างจากหลายๆวงการอุตสาหกรรมโดนเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และอวกาศ ซึ่งขึ้นอยู่กับผู้พัฒนาและปั้นต้นแบบจะมีความชำนาญในด้านนี้แค่ไหน เมื่อมีเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติแล้ว ก็ทำให้ต้นแบบบรรจุภัณฑ์นั้นไม่ต่างไปกับสินค้าจริงๆเลย เมื่อต้นแบบบรรจุภัณฑ์มีความสำคัญกับการตลาดมากขึ้น ก็เลยทำให้เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน จึงทำให้หลายๆบริษัทกล้าลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์สามมิติและจ้างผู้เชี่ยวชาญมาทำงานเพื่อกระตุ้นยอดขายของสินค้าชิ้นนั้นๆด้วย

 

ต้นแบบอาหารสามมิติ

3d-printer-foodเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากสำหรับวงการอาหารที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติ ซึ่งเราหลายๆคนเคยเห็นแบบจำลองอาหารที่วางอยู่ตามหน้าเค้าเตอร์ ซึ่งเป็นตัวช่วยตัดสินใจว่าเราจะสั่งอาหารชุดนี้หรือไม่ และอนาคตเราอาจจะไม่ต้องเข้าครัวอีกแล้ว ถ้ามีเครื่องพิมพ์สามมิติที่มีไว้สำหรับผลิตอาหารโดยเฉพาะ เพียงแค่เลือกเมนูแล้วสั่งผลิต เราก็จะได้อาหารที่หน้าตาชวนรับประทานและยังมีรสชาติแบบเดียวกับที่พ่อครัวปรุงให้รับประทานทุกประการ

nasa-3d-printing-300x148

สำหรับอนาคต ถ้าทั้ง 2 อย่างนี้สามารถทำได้จริง เพียงแค่เรามีเครื่องพิมพ์สามมิติแล้วก็วัตถุดิบตามที่เราต้องการก็สามารถปรุงอาหารอร่อยๆได้ แม้ตัวท่านอาจจะอยู่ในที่ๆทุรกันดารก็ตาม ซึ่งเป็นประโยชน์มาก เพราะนอกจากเราจะได้ลิ้มลองอาหารที่ปรุงสุกแล้ว ยังเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารออกไปได้อีก และเมื่อลองคิดว่า ถ้านักบินอวกาศที่จะต้องอยู่บนสถานีอวกาศนานๆจะได้กระตุ้นการเจริญอาหารเพื่อรักษาสุขภาพต่อไปได้อีกด้วย

Source : www.3dprinting.com

3D PRINTING นวัตกรรมพลิกโลก

พิมพ์วัตถุใช้เอง?

3D Printing คือกระบวนการผลิตรูปแบบหนึ่งซึ่งนำวัตถุดิบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพลาสติก โลหะ ฯลฯ มาขึ้นรูปชิ้นงานทีละชั้นจนได้เป็นรูปทรงที่สามารถจับต้องได้ โดยสิ่งที่ผู้ใช้จะต้องมีคือเครื่องพิมพ์ระบบสามมิติ (3D Printer) วัตถุดิบ และพิมพ์เขียวของวัตถุที่เราต้องการ “พิมพ์” ออกมา ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบไฟล์ CAD (Computer Aided Design) หรือไฟล์ 3D Scanner

จะว่าไปเทคนิค 3D Printing ก็ไม่ใช่ของใหม่นัก เพราะได้มีการใช้ในแวดวงอุตสาหกรรมสำหรับกระบวนการ Rapid prototyping หรือการทำต้นแบบรวดเร็ว  มาตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1980 แล้ว โดยอีกชื่อหนึ่งที่อาจเคยได้ยินในแวดวงวิศวกรรมเครื่องกลคือ Additive Manufacturing (AM) หรือการขึ้นรูปชิ้นงานด้วยการเติมเนื้อวัสดุเข้าไป ซึ่งจะต่างจากการผลิตแบบสกัดเนื้อวัสดุออกหรือ Subtractive Manufacturing (SM) อย่างเช่น การกลึง เจาะ ไส หรือเจียรไน เป็นต้น เพราะฉะนั้นอาจกล่าวได้ว่า 3D Printing ก็คือกระบวนการที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเทคนิคดังกล่าวนั่นเอง

ขั้นตอนการทำงานของ 3D Printing สามารถแบ่งได้เป็นสามส่วนใหญ่ๆ ด้วยกันคือ 1. ขั้นแรกจะต้องทำการสร้างรูปแบบจำลองสามมิติจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ประเภท CAD/CAM หรือทำการสแกนวัตถุแบบสามมิติให้ได้รูปทรงของวัตถุออกมา 2. นำข้อมูลที่ได้มาใส่เครื่องพิมพ์สามมิติ และ 3. ปล่อยให้ระบบสร้างวัตถุขึ้น โดยเริ่มจากชั้นล่างสุดค่อยๆ ขึ้นมาเหมือนกับการสร้างพีระมิดนั่นเอง สำหรับเวลาที่ใช้นั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความซับซ้อนของงาน หรือความเร็วของเครื่องพิมพ์ ซึ่งอาจกินเวลาตั้งแต่หลายนาทีไปจนถึงหลายชั่วโมง

ภาพตัวอย่างวัตถุที่ได้จากการพิมพ์แบบสามมิติ
ประโยชน์ของ 3D Printing

ประโยชน์ของ 3D Printing ที่เห็นได้ชัดเจนมากสุดก็คือ เปิดโอกาสให้นักออกแบบสามารถเห็นโมเดลสามมิติที่ตนออกแบบได้ในทันที ทำให้สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาว่าจ้างผู้ผลิตรายอื่น จึงถือว่าเป็นการประหยัดต้นทุนอีกทางหนึ่ง สำหรับเจ้าของโรงงานเองก็สามารถผลิตสินค้าเท่าที่มีการสั่งซื้อ ทำให้ตัดประเด็นเรื่อง “การประหยัดทางขนาด” (economy of scale) เพื่อลดต้นทุนการผลิตลงไปได้ อีกทั้งยังช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บสินค้า และประหยัดต้นทุนได้มากกว่าเมื่อเทียบกับกระบวนการ SM ที่เราต้องเสียวัตถุดิบระหว่างการผลิตมาก ด้านผู้บริโภคก็ได้รับประโยชน์ในแง่ที่ว่าคนที่อยู่ห่างไกลจะสามารถผลิตวัตถุขึ้นใช้เองได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเข้ามายังตัวเมือง เพียงแค่ดาวน์โหลดพิมพ์เขียวจากอินเทอร์เน็ตก็สามารถสร้างวัตถุขึ้นใช้ได้เอง

แต่เดิมเทคนิค 3D Printing มักถูกใช้เพียงเพื่อสร้างวัตถุต้นแบบจากโมเดลสามมิติ แต่ในปัจจุบันเราก็ได้เริ่มเห็นการใช้งานเพื่อสร้างวัตถุเพื่อใช้งานจริงกันมากขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการผลิตโมเดลของเล่น เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์แบบง่ายๆ ไปจนถึงชิ้นส่วนรถยนต์และเครื่องบิน นอกจากนั้นยังมีแนวโน้มที่จะนำไปประยุกต์ใช้อีกหลายด้าน ทั้งการสร้างรูปปั้นสำหรับบรรดาศิลปิน การสร้างโมเดลของวัตถุโบราณที่บุบสลาย ด้านประโยชน์ด้านการแพทย์ก็มี เช่นการทำขาเทียม ฟันปลอม กระดูก หรือในอนาคตเราก็อาจสามารถสร้างเซลล์ของอวัยวะได้จากระบบการพิมพ์สามมิตินี้

Z Corp 013004

ภาพหัวกะโหลกนี้สร้างมาจากเทคนิค 3D Printing เห็นได้ชัดว่าการนำมาใช้ด้านการแพทย์คงไม่ไกลเกินเอื้อม

และที่ไม่น่าเชื่อแต่ว่าเป็นไปแล้วก็คือ การทำอาหาร! โดยเฉพาะการขึ้นรูปวัตถุของแข็งกึ่งเหลว เช่น การทำชีส ไอซ์ซิ่ง หรือช็อคโกเลตให้เป็นวัตถุต่างๆ ตามต้องการ โดยตอนนี้ French Culinary Institute กำลังศึกษาระบบ 3D Printing เสรี (open-source) ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัย Cornell ในเว็บไซต์ Fab@Home เพื่อสร้างเมนูอาหารให้แปลกตาไม่เหมือนใคร ส่วนทางสถาบัน MIT ก็ได้สร้างเครื่องพิมพ์สามมิติสำหรับการทำอาหารที่มีชื่อว่า Cornucopia ด้วยเช่นกัน

อนาคตของ 3D Printing

3D Printing เปิดโอกาสให้เราทำสิ่งที่เราไม่เคยทำได้มาก่อน รวมทั้งอาจก่อให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยนักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่าผลกระทบที่ตามมานั้นอาจมากมายไม่ต่างจากสิ่งที่เครื่องจักรไอน้ำเคยก่อให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม หรือไมโครชิพก่อให้เกิดการปฏิวัติดิจิตัล แต่ก่อนที่เราจะไปถึงจุดนั้น 3D Printing ยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายอย่างด้วยกัน

เริ่มจาก ราคาซึ่งยังนับว่าแพงมาก โดยเฉพาะเครื่ิองพิมพ์สามมิติคุณภาพสูงสำหรับใช้ในงานอุตสาหกรรม ส่วนเครื่องพิมพ์ที่สามารถใช้ตามบ้านได้นั้นก็ยังได้งานที่ค่อนข้างดิบ ทำงานช้า รองรับวัตถุดิบได้้น้อย และอาจยังไม่สามารถสร้างวัตถุที่มีความซับซ้อนพอจะสามารถนำมาใช้งานอะไรจริงจงั แต่ข้อจำกัดดังกล่าวก็อาจถูกทำลายลงได้ เช่นราคาขายที่มีแนวโน้มถูกลงเรื่อยๆ เนื่องจากเริ่มเป็นธุรกิจที่มีผู้คนให้ความสนใจ เกิดผู้เล่นรายใหม่มากมาย และการที่โครงการเครื่องพิมพ์สามมิติหลายรายถูกปล่อยพัฒนาอย่างเสรีก็ทำให้เกิดชุมชุนผู้ใช้เพิ่มขึ้น ส่งผลดีให้เคยไอเดียและแนวคิดใหม่ที่สามารถนำไปต่อยอดของเดิม

หากเราสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดตรงนี้ไปได้ อนาคตของ 3D Printing ก็นับว่าสดใส ลองคิดดูว่าจะดีแค่ไหนหากว่าผู้ผลิตสามารถลดต้นทุนการผลิตชิ้นส่วนประกอบต่างๆ ลงไปได้ด้วยการพิมพ์ออกมาใช้งานเองโดยไม่ต้องว่าจ้างโรงงานจากต่างแดน รวมทั้งช่วยลดความเสี่ยงสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่เพิ่งเริ่มกิจการ สามารถลองผิดลองถูกผลิตแบบสิ่งของตามที่ลูกค้าสั่งได้ เมื่อทุกอย่างลงตัวก็ค่อยเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นจำนวนมากแบบดั้งเดิมต่อไป ส่วนผู้บริโภคเองต่อไปก็อาจไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเพื่อซื้อของใช้เล็กๆ น้อยๆ สามารถซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ชิ้นส่วนต่างๆ ได้เอง เพียงแค่ดาวน์โหลดพิมพ์เขียวลงเครื่อง แล้วก็ “พิมพ์” ออกมา

ดังนั้นคำว่า “ปฏิวัติ” อาจอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

 

บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร e-commerce ฉบับที่ 161 ประจำเดือนพฤษภาคม 2555

อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กับการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติในการสร้างชิ้นงานต้นแบบ

ในปัจจุบันเทคโนโลยีของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ได้มีส่วนสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมบ้านเราหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นงานต้นแบบ หรือ การใช้ Prototype เพราะในสมัยก่อน การที่เราจะขึ้นชิ้นงานต้นแบบได้นั้น ต้องร่างบนกระดาษหรือบนคอมพิวเตอร์ อีกทั้งยังไม่สามารถจับต้องชิ้นงานได้ แต่ใน ณ ปัจจุบันเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ได้เข้ามาช่วยให้การสร้างชิ้นงานนั้น ทำได้ง่ายขึ้นและยังสามารถทำให้ผู้ออกแบบสามารถตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขแบบให้สมบูรณ์ ก่อนส่งต่อไปยังกระบวนการผลิต เพื่อผลิตขึ้นเป็นชิ้นงานจริง

ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ หลายบริษัทชั้นนำของโลก ได้เริ่มหันมาใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ต้นแบบ อาทิ เช่น กลุ่มบริษัท Unilever ที่นำเทคโนโลยี 3 มิติมาใช้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ต้นแบบ ซึ่งนอกจากจะลดระยะเวลาการผลิตได้ถึงร้อยละ 40 แล้ว ยังสามารถช่วยให้บริษัทฯ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้รวดเร็วยิ่งชึ้น

ผู้เชี่ยวชาญได้ อธิบายถึงประโยชน์ของการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในการทำชิ้นงานต้นแบบว่าช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย โดยต่างจากเมื่อก่อนเวลาจะสร้างงานต้นแบบต้องจ้างบริษัทที่รับฉีดพลาสติกเพื่อทำการขึ้นรูปชิ้นงานแต่ตอนนี้สามารถใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติสร้างงานต้นแบบขึ้นได้เองและสามารถหาจุดบกพร่องของชิ้นงานเพื่อแก้ไขงานได้ตามต้องการ

เทคโนโลยี 3 มิติ นอกจากจะช่วยให้ผู้ผลิต สามารถนําผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการผลิต เพราะเพียงแค่ออกแบบผลิตภัณฑ์ในรูปของไฟล์ 3D เสร็จก็สามารถส่งพิมพ์ หรือสั่งพิมพ์งานเป็นต้นแบบได้เลย จากเดิมที่กว่าจะได้เห็นชิ้นงานจริงต้องผ่านขั้นตอน การออกแบบและสร้างแม่พิมพ์ เพื่อเป็นแบบหล่อในโรงงานผลิต ก่อนจะปรับแก้ไขจนได้แม่พิมพ์สมบูรณ์  ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นเดือนเพราะชิ้นงานที่ผลิตได้อาจไม่ตรงตามความต้องการของผู้ออกแบบ

จนถึงตอนนี้ในประเทศไทย ได้มีหลายๆ บริษัทฯ เริ่มนำเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติเข้ามาใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะตัวเครื่องสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นสร้างชิ้นงานต้นแบบ,สร้างpartชิ้นส่วนต่างๆที่เกิดการชำรุดขึ้นมาใหม่ เป็นต้น.