admin

วิวัฒนาการของเทคโนโลยีเข้าสู่ยุค Digital Fabrication

สมัยที่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลออกมาใหม่ๆ เป็นยุคที่เริ่มเข้าสู่ยุคของซอฟต์แวร์ขนาดเล็ก ทำให้เกิดบริษัทที่มีคนไม่กี่คนแต่สามารถทำซอฟต์แวร์ออกมาขายจนร่ำรวยได้ มีศัพท์ที่ใช้เรียกในเชิงแดกดันบริษัทเล็กๆเหล่านี้ว่า “One man and a dog company” ซึ่งแปลว่าทั้งบริษัทใช้คนๆเดียวทำทุกอย่าง และเลี้ยงหมาไว้เป็นเพื่อน เพราะวันๆคงไม่รู้จะคุยกับใคร

พออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์โตขึ้นเรื่อยๆ การทำบริษัทเล็กๆก็เริ่มยาก ซอฟต์แวร์มีขนาดใหญ่ขึ้นจนต้องใช้ทีมนักพัฒนาขนาดใหญ่ขึ้น บริษัทเล็กๆก็เริ่มแข่งขันได้ยาก

แต่ต่อมาก็เกิดยุครุ่งเรืองของอินเตอร์เน็ต ก็ทำให้เกิดบริษัทเล็กๆแบบนี้ขึ้นมาอีก เติบโตจนใหญ่โตไปหลายเจ้า และเหตุการณ์ก็ซ้ำเดิมอีกเมื่อเข้าสู่ยุคของโทรศัพท์มือถือ บริษัทที่ทำ Mobile App ในยุคแรกๆก็เป็นบริษัทขนาดเล็กแบบ One man and a dog company กันแทบทั้งนั้น แล้วเมื่อความซับซ้อนของ mobile app มากขึ้น บริษัทในวงการนี้ก็เริ่มใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ

เรียกได้ว่าเวลาเกิด Revolution ของเทคโนโลยีทีไร ก็จะเกิด “One man and a dog company” ขึ้นทุกทีไป…

ตอนนี้กระแสที่เชื่อว่าจะเป็น Revolution ต่อไปของเทคโนโลยีคือ 3D Printer แต่คราวนี้อาจจะไม่เหมือนเดิม รอบนี้ 3D Printer นั้นเป็นส่วนหนึ่งของ Revolution ที่ใหญ่กว่า นั่นคือเรากำลังเข้าสู่ยุคของ “Digital Fabrication”

Digital-Fabrication

ในยุคของคอมพิวเตอร์นั้น เราพัฒนาคอมพิวเตอร์ขึ้นจากระบบอนาล็อกจนเป็นระบบดิจิตอล ทำให้มีขนาดเล็กลง ถูกลง ทำงานเร็วขึ้น ฯลฯ ในยุคของอินเตอร์เน็ต เราเปลี่ยนข้อมูลดอนาล็อก เป็นดิจิตอล ทำให้เราสามารถเข้าถึง จัดเก็บ และค้นหาข้อมูลจำนวนมากได้รวดเร็วและราคาถูก และในทำนองเดียวกัน ในยุคของโมบาย เราก็เปลี่ยน communication จากอนาล็อกเป็นดิจิตอล ทำให้เราสามารถเข้าสู่ยุคของการติดต่อสื่อสารที่สมบูรณ์แบบ

ในยุคของ Digital Fabrication ที่กำลังจะมาถึงนี้ เรากำลังจะทำการ “Digitize” วัสดุและกระบวนการผลิต นั่นคือเรากำลังจะเปลี่ยนอุตสาหกรรมการผลิต จากอนาล็อกเป็นดิจิตอลนั่นเอง และรอบนี้เป็น Revolution ที่ใหญ่ที่สุดกว่าสามอันแรกมาก

3D printer นั้นเป็นแค่จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของวิวัฒนาการนี้ เหมือนกับเตาไมโครเวฟ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของครัวสมัยใหม่ แต่มันไม่ได้แทนอุปกรณ์ในครัวได้ทั้งหมด ฉันใดฉันนั้น แม้ 3D Printer จะเป็นเครื่องมือสำคัญของยุคใหม่นี้ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดของวิวัฒนาการ

3D printer กำลังทำให้เกิดบริษัทแบบ One man and a dog company ในอุตสาหกรรมการผลิต เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญยิ่งของวิวัฒนาการของยุค Digital Fabrication กระบวนการผลิตจะถูกทำให้เป็นกระบวนการทางดิจิตอลที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ จนเข้าสู่ยุคของการผลิตแบบอัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบที่สุด

สิ่งที่แตกต่างกันคือ One man and a dog company อาจจะไม่หายไป บริษัทการผลิตอาจจะไม่ใหญ่ขึ้นเหมือนกับสามยุคแรก เพราะการผลิตจะกลายเป็นการผลิตแบบ Distributed Manufacturing ซึ่งเป็นเครือข่ายการผลิตขนาดเล็กทำงานร่วมกันด้วยระบบไอทีที่ทันสมัย

มีเรื่องตลกของวงการนี้บอกว่า One man and a dog company จะไม่หายไป เพียงแต่วัตถุประสงค์เปลี่ยนไป คือคนมีหน้าที่ให้อาหารหมา และหมาคอยกัดคนไม่ให้แตะต้องเครื่องจักร เพราะทุกอย่างมันอัตโนมัติหมด….

ไปกันใหญ่ 3D Printing เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกนวัตกรรม

นับจากนี้ไป คงไม่แปลกถ้าจะพูดว่าทุกสิ่งเป็นไปได้ด้วยเทคโนโลยีพิมพ์สามมิติ ที่จะมาช่วยเติมฝันของนักประดิษฐ์ให้เป็นจริง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีก็ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ไม่ว่าจะทางธุรกิจ เทคโนโลยีเพื่อความบันเทิง หรือทางการแพทย์ เรียกได้ว่า ปฎิวัติทุกวงการด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ กันเลยทีเดียว
ซึ่งหลายท่านอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับ 3D ปริ้นเตอร์ มาบ้าง แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถนำมาปรับใช้กับกระบวนการออกแบบของตัวเองได้ยังไง วันนี้มาดูไอเดียล้ำๆ กัน เผื่อจะได้แรงขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์ให้กับใครหลายๆ คน11ผลงานชิ้นแรกกับอุปกรณ์อวัยวะแขนเทียม ใช้เวลาประดิษฐ์เพียงแค่ 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน ให้โอกาสกับคนที่พิการแขน สามารถหยิบจับสิ่งของและใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ

glassนักวิศวะ ที่ MIT สร้างเทคโนโลยีสุดล้ำ 3D เครื่องปริ้น สร้างสรรค์ผลงานเป็นแก้ว

brigdeทั้ง มีกระแสออกมาว่ามีบริษัทแห่งหนึ่งวางแผนใช้เครื่องปริ้นสามมิติก่อสร้างสะพานในอนาคตอันใกล้นี้

คืนชีวิตให้กับเจ้านกทูแคน กลับคืนสู่ธรรมชาติ ที่สูญเสียจะงอยปากของมันไป เพราะเมื่อไม่มีจะงอยปากแล้ว เจ้านกทูแคนไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตัวมันเอง เนื่องจากไม่สามารถหาอาหารเองได้ อีกทั้งไม่สามารถหาคู่ครองได้ เพราะสีจะงอยปากของมันมีไว้ เพื่อดึงดูเพศตรงข้ามในการสืบพันธุ์

vioหรือแม้แต่เครื่องดนตรี อย่าง ไวโอลินอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องคุณภาพเสียงไม่ต้องพูดถึง ให้อารมณ์เหมือนนั่งฟังวงออร์เคสตราบรรเลงให้ฟังกันแบบสดๆ

89นักวิจัยของมหาวิทยาลัยฟลอริดา รัฐ Gainesville ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประดิษฐ์อวัยวะเทียม จากเครื่องปริ้นสามมิติ

9วิศวกรอิตาเลียนพัฒนาเครื่องพิมพ์ 3 มิติใหญ่ยักษ์ ‘Big Delta’ พิมพ์บ้านทั้งหลัง ด้วยวัสดุชีวภาพ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นผลงานของบริษัท World’s Advanced Saving Project (WASP) โดยใช้เวลากว่า 3 ปี ในการสร้างเครื่องพิมพ์ 3มิติ ขนาดยักษ์ สูง 12 เมตร ด้วยความมุ่งหวังที่จะพิมพ์บ้านให้สมบูรณ์ทั้งหลัง เพื่อร่วมหาทางแก้ปัญหาความต้องการที่อยู่อาศัยในอนาคต

carหรือรถสปอร์ตสุดคลาสสิกอย่าง Shelby Cobra เมื่อเทคโนโลยีพิมพ์ 3D ทำให้เจ้ารถคลาสสิกคันนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งด้วยการออกแบบผ่านคอมพิวเตอร์ ซึ่งคันนี้ทำออกมาเพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปี ของตัวรถต้นแบบและจะทำการผลิตที่โรงงาน

55

และท้ายสุด จิ๋วแต่เจ๋งกับรถบังคับวิทยุ ที่วิ่งเร็วสุดๆ ไปเลย จากเครื่องพิมพ์สามมิติ

เมื่อเทคโนโลยี 3D PRINTING สามารถเพิ่มลูกเล่นให้กับการออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่น

3d-printing-exoskeleton-robot-spider-dress-anouk-wipprecht-3

Anouk Wipprecht ยอดดีไซน์เนอร์ผู้นำเทคโนโลยีมาใช้กับการออกแบบแฟชั่นเซทของตน เทคโนโลยีที่ว่าคือ 3D Printing เทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขนาดนี้ เพราะด้วยความสะดวกและสามรถออกแบบได้ดั่งใจ ทำให้เครื่องพิมพ์วัตถุแบบ 3D Printing ที่ว่าสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวกับแฟชั่นได้

“Wipprecht writes” ชุดเดรสลูกครึ่งหุ่นยนต์ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากแมงมุม สร้างขึ้นโดยใช้ชิ้นส่วนที่ได้จากการพิมพ์ด้วยเครื่อง 3D Printing ก่อนนำมาประกอบเป็นชุดเดรส พร้อมติดตั้งเซนเซอร์ 20 จุดไว้บนชุดเพื่อเป็นเซ็นเซอร์ตรวจสอบความเครียดของผู้สวมใส่ เมื่อผู้สวมชุดมีความเครียดเข็มพิษลักษณะคล้ายขาของแมงมุมที่อยู่บริเวณรอบบ่าจะขยับและออกท่าทางเหมือนพ่นพิษ การทำงานที่คล้ายหุ่นยนต์นี้ถูกประมวลผลและควบคุมโดยสมองกลที่ชื่อว่า Intel Edison คอมพิวเตอร์เล็กจิ๋วที่มีขนาดประมาณเท่า SD Card เท่านั้นเอง
3d-printing-exoskeleton-robot-spider-dress-anouk-wipprecht-1

1419265761Pic1 3040233-slide-s-1-the-spider-dress-fends-off-unwanted-advances-with-its-claws

intelmakesne

Alternative Tooling ทางเลือกใหม่สำหรับการสร้าง Tooling เพื่อการผลิตในยุคอุตสาหกรรม 4.0

นับจากอดีตเมื่อเริ่มมีการปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคแรกๆ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันที่เรากำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหม่ ในการเข้าสู่อุตสาหกรรมในยุค 4.0 (Industry 4.0) เทคโนโลยีการผลิตได้พัฒนาไปอย่างมาก จนเรียกได้ว่าก้าวล้ำอนาคตเข้าไปทุกวัน และหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก แน่นอนเรากำลังพูดถึง 3D Printing นั่นเอง แล้วเราจะได้ประโยชน์จากการใช้งานเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ นี้ได้อย่างไร เจ้าสิ่งนี้จะช่วยเราได้อยากน้อยแค่ไหนในโลกการผลิตยุคใหม่ ตามผมมาเลยครับ

เชื่อว่าหลายๆ ท่านในวงการอุตสาหกรรมคงจะเคยได้ยินคำว่า Rapid Prototyping กันมานานแล้ว แม้ว่าปัจจุบันนี้จะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น 3D Printing หรือเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ กับกระแสที่เรียกว่าแรงดีไม่มีตกอยู่ทุกวันนี้ จริงๆ แล้วไม่ว่าจะชื่อไหนก็มาจากหลักการเดียวกันก็คือ Additive Manufacturing (AM) หรือการผลิตแบบเพิ่มเนื้อนั่นเอง และแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับการผลิตแบบเดิมที่เราใช้กันโดยแพร่หลายซึ่งเรียกว่า Subtractive Manufacturing หรือการผลิตแบบตัดเนื้อออก ตัวอย่างเช่น เครื่องจักร CNC เป็นต้น

Article_RP_01

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจความแตกต่างของกรรมวิธีการผลิตทั้ง 2 แบบ ก่อนนะครับ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการเลือกใช้ เพราะแต่ละวิธีต่างมีจุดเด่นกันคนละด้าน และเราคงไม่สามารถปฏิเสธเทคโนโลยีเดิมได้ แล้วเทคโนโลยี Subtractive Manufacturing มีข้อจำกัดอะไรในการผลิตบ้างล่ะ

  • มีข้อจำกัดเรื่องรูปทรง ความซับซ้อนของงาน เช่น ต้องไม่มี Undercut
  • มีของเสียในกระบวนการทำงานเยอะ
  • ไม่เอื้อต่อการผลิตจำนวนน้อย เพราะราคาจะสูงมาก
  • มีความยุ่งยากในกระบวนการทำงานและมีขั้นตอนเยอะ
  • ต้องอาศัยทักษะและแรงงานของมนุษย์ในเกือบทุกขั้นตอนการทำงาน
  • ต้องจัดทำเอกสารข้อมูล เพื่อใช้ในการสั่งงาน กระจายงาน
  • บ่อยครั้งต้องมีการว่าจ้างผู้ผลิตภายนอกหรือ Outsource

หลายๆ ข้อจำกัดที่กล่าวไปนั้น เป็นอุปสรรคต่อการทำงานในอุตสาหกรรมในยุค 4.0 ที่เน้นการเชื่อมโยงข้อมูลแบบอัตโนมัติและเป็นระบบที่ใช้คนน้อยมากๆ เพราะเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ จะสามารถประสานงานกันได้เองผ่าน Internet หรือที่เรียกกันว่า Internet of Thing (IOT)

แล้วอะไรคือ Alternative Tooling หรือ Tooling ทางเลือกล่ะ จริงๆ แล้วความน่าสนใจก็คือ ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในโลกของการผลิตในแทบจะทุกจุด ใครมองเห็นโอกาสก่อนกัน และเห็นมุมที่จะใช้เทคโนโลยีได้มากกว่ากัน ซึ่งทุกๆโอกาสที่ผู้ผลิตต่างมองหาคงหนีไม่พ้นว่าจะทำอย่างไรถึงจะผลิตของได้คุณภาพดีขึ้น ราคาต้นทุนต่างๆ ลดลงเพื่อแข่งขันได้ และเวลาที่เร็วขึ้นในทุกๆ ขั้นตอนนั่นเอง โจทย์ใหญ่ตรงนี้เกือบทุกครั้งเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสมอ

Article_RP_01.02

การสร้าง Tooling ทางเลือกใหม่ก็เพียงการดึงเอาจุดเด่นของการผลิตแบบเพิ่มเนื้อมาใช้นั่นเอง ทั้งเรื่องของรูปทรงของงานที่เกือบจะเรียกได้ว่าไม่มีข้อจำกัด เราจึงจะได้เห็นรูปร่างหน้าตาที่เปลี่ยนไป แต่เปลี่ยนไปในลักษณะของการออกแบบได้ตรงตามความต้องการใช้งานมากขึ้น งานประกอบก็น้อยลงซึ่งหมายถึงค่า Error ต่างๆ ก็ลดลงไปด้วย ด้านของเสียในกระบวนการผลิตก็ลดลงเพราะไม่ต้องมีส่วนของเนื้อวัสดุที่ถูกตัดออกไป ส่วนประโยชน์ด้านอื่นๆ เช่น ลดในส่วนของการทำแบบหรือ Drawing และงานเอกสาร งานจัดซื้อจัดจ้าง งานที่ใช้เครื่องจักรหลายๆ ตัวมาช่วยกันทำ Tooling จนถึงงาน Outsource ก็ลดลงเพราะเราสามารถทำเองได้ด้วยเครื่อง 3D Printer เพียงเครื่องเดียว แถมยังใช้คนเพียงคนเดียวก็สามารถทำงานทั้งหมดนี้ได้อีกด้วย

Article_RP_01.03

นอกจากความสามารถของ Alternative Tooling ที่กล่าวมาแล้วนั้น ด้วยเทคโนโลยีรูปแบบนี้ทำให้เหมาะที่จะรองรับความต้องการสั่งผลิตในลักษณะ Mass Customization ของอุตสาหกรรมในยุค 4.0 ที่พฤติกรรมผู้บริโภคและโลกการผลิตเปลี่ยนไป เพราะมีต้นทุนการผลิตต่อชิ้นที่ต่ำมาก และมีรอบการเปลี่ยนแบบได้บ่อยๆ ซึ่งตัว Tooling นั้นต้องปรับตามไปด้วย

แล้วตอนนี้มีใครที่นำ Alternative Tooling ไปใช้งานบ้าง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับวงการผลิตแล้วนะครับ โดยเฉพาะในต่างประเทศเริ่มนำมาใช้กันสักระยะหนึ่งแล้ว และได้มีการปรับปรุงพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เหมาะสมกับงานและกระบวนการผลิตในต่างละสาขา และแน่นอนว่ามีหลายๆ บริษัทในประเทศไทยของเราที่ได้นำเทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วยงานด้วยเช่นกัน

สำหรับเครื่อง 3D Printer ซึ่งเป็นหัวใจหลักของ Alternative Tooling นั้นบริษัท Stratasys ก็เป็นผู้บุกเบิกที่สำคัญในการนำเอาเทคโนโลยี Additive Manufacturing (AM) นี้มาใช้ในงานสายการผลิต เพราะผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีจุดเด่นในเรื่องคุณภาพงานและวัสดุที่ผลิตด้วยเครื่อง 3D Printer ของ Stratasys มีให้เลือกใช้ตรงตามความต้องการของ Tooling ที่เรากำหนด

นอกจากนี้ยังได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลและ Case Study งานที่ได้ร่วมกันทำและเรื่องราวความสำเร็จจากบริษัทชั้นนำทั่วโลกถึงประสิทธิภาพและประโยชน์ของ Alternative Tooling ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตของไทยเราด้วยเช่นกัน

Article_RP_01.04

การผสมผสานที่ลงตัว

อย่างที่ทราบว่าทั้ง 2 เทคโนโลยีต่างมีข้อดีกันคนละแบบ ในบางครั้งเราก็สามารถทำงานแบบผสมผสานเข้าด้วยกันได้เลย เช่น บางจุดที่เราต้องการควมคุมค่า Accuracy ให้ได้ในระดับพรีซิชั่นสูงๆ ก็สามารถใช้การกัดด้วยเครื่อง CNC เฉพาะจุดหรือบริเวณนั้นๆ ได้ รวมถึงการเจาะและการต๊าปเกลียวต่างๆ นอกจากนั้นยังสามารถใช้การประกอบงานที่ผลิตจากเครื่อง 3D Printer เป็นชุดย่อยเข้ากับแผ่นฐานที่เป็นโครงสร้างหลักของ Jig & Fixture เพื่อให้งานแข็งแรงหรือสำหรับงานใหญ่ๆ ได้

Article_RP_01.05

ถึงบทนี้หวังว่าคุณผู้อ่านคงจะได้ความรู้และไอเดียในการนำเทคโนโลยี Additive Manufacturing (AM) มาใช้งานสร้าง Tooling เพื่อการผลิต ได้บ้างไม่มากก็น้อย สำคัญคือไม่ได้เน้นการใช้แทนเทคโนโลยีเดิมได้ทั้งหมด แต่เป็นการเติมเต็มจุดด้อยและข้อจำกัดเพื่อให้ได้งานที่ตอบโจทย์กับโลกอุตสาหกรรมยุคใหม่ ที่ต้องเร็ว ต้องแข่งขันด้านราคากับคู่แข่งได้ และยังตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดอยู่เสมอ เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว การรู้จักและเรียนรู้แต่เนิ่นๆ ล้วนสร้างความได้เปรียบแก่เรานะครับ และบริษัทแอพพลิแคดก็พร้อมจะเดินไปข้างหน้ากับเพื่อนๆ ผู้ประกอบการทุกท่านเพื่อก้าวเข้าสู่โลกการผลิตของอุตสาหกรรมในยุค 4.0 ที่มีความสนุกและความท้าท้ายรอเราอยู่ ขอบพระคุณครับ

บทความ : สุชนม์ โพธิ์พริก 3D Printing Solution Dept.

Forbes ทำนาย AI และ 3D Printing จะเปลี่ยนแปลงวงการ Healthcare ทั่วโลกในปี 2020

Forbes ได้ออกมาทำนายถึง 5 เทคโนโลยีที่จะมาเปลี่ยนแปลงวงการสาธารณสุขหรือ Healthcare ทั่วโลกภายในปี 2020 ซึ่งทีมงาน TechTalkThai ก็ขอสรุปเฉพาะข้อที่เกี่ยวข้องกับ Enterprise IT อย่าง AI และ 3D Printing เอาไว้ดังนี้ครับ

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

Artificial Intelligence (AI) จะกลายเป็นผู้ให้คำแนะนำที่สำคัญทั้งในการรักษาและการวิจัย

ด้วยความสามารถของ AI ที่สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ในรูปแบบที่คล้ายคลึงกับสมองของมนุษย์ ก็จะทำให้ AI สามารถเรียนรู้ข้อมูลต่างๆ ในเชิงการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อมาช่วยบุคลากรทางด้านสาธารณสุขในสายต่างๆ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลได้ทั้งสำหรับการวินิจฉัยและรักษาอาการเจ็บป่วย รวมถึงการทำวิจัยต่างๆ ให้คืบหน้าขึ้นไปได้อย่างรวดเร็ว

ในแง่มุมของการวินิจฉัยและรักษาอาการเจ็บป่วยนั้น AI สามารถกลายเป็นผู้ช่วยให้แก่บุคลากรในโรงพยาบาลได้ด้วยการนำความรู้ทางการแพทย์และยามาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลของผู้ป่วยในระบบ Electronic Health Record และข้อมูล Digital Image เพื่อแนะนำแนวทางการรักษาได้แบบ Real-time ซึ่งจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยเป็นไปได้อย่างดียิ่งขึ้น, ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาลง และทำให้ขั้นตอนต่างๆ ในการรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลลดลงเป็นอย่างมาก

ภายในปี 2020 การวินิจฉัยโรคที่สามารถตรวจสอบได้ยากอย่างมะเร็งหรือเบาหวานเองก็คาดว่าจะถูกวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที จากการใช้ระบบ Cognitive System ที่จะนำเสนอข้อมูล 3D ของการทำงานของอวัยวะภายในต่างๆ ได้แบบ Real-time และภายในปี 2025 นั้น AI จะถูกใช้งานอยู่ภายในโรงพยาบาลกว่า 90% ของประเทศสหรัฐอเมริกา และ 60% ของโรงพยาบาลและธุรกิจประกันทั่วโลก และ AI จะมีส่วนช่วยในการรักษาผู้ป่วยกว่า 70% ให้มีราคาถูกลงและมีคุณภาพดีขึ้น

3D Printing กับบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูและรักษาอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ

การฟื้นฟูและรักษาอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ นั้น ความสามารถในการทำ Customization ของ 3D Printing จะเข้ามามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์อวัยวะหรือเนื้อเยื่อสำหรับใช้ในการปลูกถ่ายหรือการผ่าตัด หรือการพิมพ์อุปกรณ์การแพทย์ที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยเป็นรายๆ ไป

ตัวอย่างที่สามารถเห็นได้ชัดเจนก็คือกรณีการปลูกถ่ายไต ที่ทั่วโลกนี้มีผู้ป่วยรอการปลูกถ่ายอยู่มากกว่า 1 ล้านคน แต่จากสถิตินั้นมีเพียงผู้ป่วย 5,000 คนต่อปีเท่านั้นที่จะได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะจากประเด็นของจำนวนผู้บริจาคที่มีไม่เพียงพอ จนเกิดเป็นตลาดมืดในการค้าอวัยวะไป การมาของ 3D Printing จะสามารถช่วยบรรเทาปัญหาเหล่านี้ลงไปได้

Forbes ได้คาดการณ์ว่าตลาด 3D Printing สำหรับวงการสาธารณสุขนี้จะมีมูลค่าสูงถึง 6,000 ล้านเหรียญภายในปี 2025 เลยทีเดียว

สำหรับผู้ที่สนใจอยากอ่านรายละเอียดฉบับเต็ม สามารถอ่านได้ทันทีที่ http://www.forbes.com/sites/reenitadas/2016/03/30/top-5-technologies-disrupting-healthcare-by-2020/#7d5fa5466252 นะครับ

Page 5 of 14« First...34567...10...Last »