3D Printing มิติใหม่ของวงการแฟชั่น

ความก้าวหน้าของกระบวนการผลิตแบบ 3D Printing กำลังกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนวิถีในด้านการออกแบบและการผลิตด้วยระบบดิจิตอล ซึ่งในขณะนี้ 3D Printing ได้สร้างประโยชน์มหาศาลให้กับทุกวงการ ทั้งยังปฏิวัติวงการสินค้าบริโภคและโลกของงานศิลปะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงการแฟชั่นที่รับเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้อย่างรวดเร็ว ลองมาดูกันซิว่าเทคโนโลยี 3D Printing จะเข้ากันได้ดีกับวงการแฟชั่นแค่ไหน

 

เริ่มกันด้วยชุดชั้นใน หรือชุดบิกินี่ ที่สร้างขึ้นจาก 3D Printer ซึ่งเลียนแบบชุดที่ใช้ผ้าในการผลิต โดยทุกส่วนประกอบของชุดจะไม่มีขั้นตอนของการเย็บแต่อย่างใด ทั้งนี้การออกแบบใช้อัลกอริธึมของสมการ “Circle Packing” (วงกลมชิ้นเล็กที่ต่อเชื่อมกัน) สร้างให้เป็นรูปทรงต่างๆ จึงสามารถไล่ระดับได้ตามความโค้งเว้าของรูปร่าง สะท้อนให้เห็นถึงความสลับซับซ้อนที่สวยงาม ทั้งยังมีความยืดหยุ่น และด้วยการพิมพ์จากไนลอน (Nylon) ทำให้มีคุณสมบัติเหนียว และกันน้ำได้อีกด้วย

3D Dress

 

และเมื่อประมาณต้นปี 2013 ก็ได้มีการเปิดตัวชุดราตรีรัดรูปที่ผลิตจาก 3D Printer ทั้งชุด พิมพ์ด้วยวัสดุไนลอน (Nylon)   พร้อมด้วยคริสตัล Swarovski 13,000เม็ด ซึ่งถือเป็นชุดราตรีที่ผลิตโดยเทคโนโลยี 3D Printing ทั้งชุด ชุดแรกของโลกเลยทีเดียว

 

ล่าสุด 3D printing ก็สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย เพราะแม้กระทั่งเวทีเดินแบบแฟชั่นชุดชั้นในของ Victoria Secret ในชุดของ Snow Queen ก็มีการใช้ 3D printing บวกกับคริสตัล Swarovski เข้ามาช่วยเนรมิตผลึกหิมะที่ประดับอยู่บนตัวของนางแบบเพื่อสร้างความสมจริง โดยมีแรงบันดาลใจมาจากแสงอโรร่า
นี่เป็นเพียงตัวอย่างอีกก้าวหนึ่งที่ 3D Printing เข้ามามีบทบาทในวงการแฟชั่นเครื่องแต่งกาย ยังไม่รวมถึงการออกแบบ และผลิตแอคเซสเซอรี่ต่างๆที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น เครื่องประดับชนิดต่างๆ กระเป๋า หรือรองเท้า ซึ่งในอนาคต ด้วยเทคโนโลยี 3D Printing หากคุณต้องการเสื้อผ้าสักชุด รองเท้าสักคู่ หรือเครื่องประดับสักชิ้น เพื่อไปออกงาน คงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแค่ออกแบบ คลิก แล้วพิมพ์….
Cr. applicadthai.com

You may also like